เซิ่งอันหนิงแค่มองหน้าผู้ชายคนนั้น ก็เดาได้ทันทีว่าเขาคือพ่อแท้ ๆ ของโจวชื่อซวิน หน้าตาเหมือนกันจริง ๆ
เพียงแต่โจวหนานกวางมีความสุขุมที่ผ่านกาลเวลาและประสบการณ์มา อีกทั้งยังแผ่รัศมีความน่าเกรงขามของผู้มีอำนาจออกมา
เธอรีบกล่าวลาหลี่กุ้ยหลิงกับอันซิวหยุน แล้ววิ่งไปหยุดตรงหน้าจงเหวินชิง “สวัสดีค่ะ”
จงเหวินชิงเห็นเซิ่งอันหนิงแล้วชะงักไป ดูเหมือนนึกไม่ออกว่าเธอเป็นใคร จึงขมวดคิ้วครุ่นคิด
เซิ่งอันหนิงรู้ว่าจงเหวินชิงมีปัญหาทางจิตใจ คงลืมไปแล้วว่าเธอเป็นใคร เพราะในความทรงจำของจงเหวินชิงมีแต่คนสำคัญ ส่วนเธอก็เป็นเพียงคนที่ไม่สลักสำคัญอะไร รีบอธิบายว่า “สวัสดีค่ะ ฉันเซิ่งอันหนิง เป็นภรรยาของโจวชื่อซวินค่ะ”
พอจงเหวินชิงได้ยินชื่อโจวชื่อซวิน สมองก็เหมือนถูกเปิดสวิตช์ นึกถึงเซิ่งอันหนิงขึ้นมาได้ทันที เธอก้าวเข้าไปจับมือเซิ่งอันหนิงไว้ “อันหนิง เธอคืออันหนิงนี่เอง พวกเราไปหาชื่อซวินกัน ไปด้วยกันนะ”
โจวหนานกวางพินิจเซิ่งอันหนิงอยู่ครู่หนึ่ง จากประสบการณ์ในการดูคนของเขา แววตาของเซิ่งอันหนิงใสกระจ่าง ไม่เหมือนคนเจ้าเล่ห์คิดคำนวณอย่างที่โจวเปยชิงบอกเลย
เขาทักทายเซิ่งอันหนิงอย่างอ่อนโยน “สวัสดีครับ ผมโจวหนานกวาง ครั้งนี้พวกเรามารบกวนคุณกะทันหัน คุณก็นั่งรถไปหงชีเจิ้นเหมือนกันหรือครับ”
เซิ่งอันหนิงพยักหน้ารัว ๆ “ใช่ค่ะ พอดีฉันได้พักสองวัน กำลังจะกลับไปเยี่ยมบ้าน นั่งรถไปด้วยกันเลยนะคะ”
จงเหวินชิงดึงเซิ่งอันหนิงขึ้นรถ ทั้งยังให้เธอนั่งข้าง ๆ ตัวเอง จับมือเธอแน่นแล้วพูดอย่างมีลับลมคมในว่า “ฉันเอาของอร่อยมาเยอะเลย เดี๋ยวพอเจอชื่อซวิน พวกเธอสองคนก็แบ่งกันกินนะ ยังมีช็อกโกแลตด้วย”
