ฉินหงเสียมองหลี่กัวเหาด้วยความประหลาดใจ “คนแบบไหนกัน? ทำไมล่ะ โจวชื่อซวินทำงานได้ดีออก”
หลี่กัวเหาโบกมือ “พอเถอะ อย่าไปถามให้มากเลย สรุปว่าเขาไปทำให้คนข้างบนบางคนไม่พอใจ เพราะอย่างนั้นเธอก็อย่าไปสนิทกับเซิ่งอันหนิงนัก จะได้ไม่ทำให้คนอื่นคิดว่าฉันกับโจวชื่อซวินเป็นพวกเดียวกัน”
ฉินหงเสียยังคงไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าแย้งคำพูดของหลี่กัวเหา ได้แต่บ่นพึมพำเสียงเบา “คนพวกนี้ทำไมเป็นแบบนี้นะ ฉันว่าโจวชื่อซวินก็ดีออก”
เธอบ่นไปพลางเก็บชามตะเกียบไปพลาง ในใจคิดว่าเพื่ออนาคตของสามี ต่อไปคงต้องรักษาระยะห่างกับเซิ่งอันหนิงสักหน่อยจริง ๆ
ลองคิดดูแล้ว เซิ่งอันหนิงเพิ่งเปลี่ยนนิสัยดีขึ้น ถ้าต่อไปได้ไปมาหาสู่กันน้อยลง ก็น่าเสียดายเหมือนกัน
ซ่งซิวเหยียนออกจากบ้านฉินหงเสียแล้วก็แยกทางกับโจวชื่อซวินและเซิ่งอันหนิง ไปเปิดห้องพักที่โรงแรม เขาขับรถมาหลายชั่วโมง จึงเหนื่อยไม่น้อย
เซิ่งอันหนิงเดินเอามือไพล่หลังตามโจวชื่อซวินไป พลางคิดว่ากลับไปแล้วคงต้องพักสักหน่อย ถ้าเขาเห็นเตียงเปียก จะโกรธหรือเปล่านะ?
อีกอย่าง นอนด้วยกันตอนกลางวันแสก ๆ ดูจะไม่เหมาะทำอะไรบางอย่างเท่าไร
แต่ได้ฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งเขาสักหน่อยก็ยังดี
เธอคิดอย่างเจ้าเล่ห์พลางเดินตามโจวชื่อซวินเข้าไปในบ้าน เห็นเขาตรงไปที่เตียงเล็ก จึงถามทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า “คุณจะพักผ่อนเหรอ”
โจวชื่อซวินรับคำ “อืม เธอก็รีบเข้าไปพักในห้องสักหน่อยเถอะ”
เซิ่งอันหนิงขานรับอืมอา แล้วเดินเอามือไพล่หลังตามโจวชื่อซวินไปที่เตียงเล็ก มองคราบน้ำกองใหญ่บนเตียงที่ยังหยดลงมาไม่หยุด เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “อุ๊ย น้ำมาจากไหนน่ะ ผ้าห่มกับเครื่องนอนเปียกหมดแล้ว แบบนี้จะนอนได้ยังไง”
