เซิ่งอันหนิงฟังแล้วรู้สึกปวดใจขึ้นมา ยื่นมือไปกอดจงเหวินชิงเบา ๆ “แม่คะ นั่นเป็นแค่การผ่าตัดเล็ก ๆ หลับไปตื่นหนึ่งก็หายแล้ว ร่างกายแม่แข็งแรงดี ต่อไปยังช่วยพวกเราเลี้ยงลูกได้อีกนะคะ”
จงเหวินชิงส่ายหน้า “เด็กโง่ ไม่ต้องมาปลอบแม่หรอก ถ้ามันง่ายขนาดนั้นจริง พวกเขาคงไม่เอาแต่ตามหาผู้เชี่ยวชาญกันหรอก แม่ได้ยินหมดแล้ว คราวนี้ยังเชิญผู้เชี่ยวชาญจากมอตูมาอีกด้วย”
พูดจบก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา “จริง ๆ แม่ไม่กลัวตายหรอก ตายไปก็ยังได้เจอหลวนเฉิง จะได้ดูว่าเขาอยู่ที่นั่นสบายดีไหม แต่แม่กลับตัดใจจากชื่อซวินไม่ลง แม่เป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องจริง ๆ ไม่เคยดีกับเขาสักวัน”
เซิ่งอันหนิงมองท่าทางของจงเหวินชิงแล้วอดนึกถึงแม่แท้ ๆ ของตัวเองไม่ได้ ความเจ็บปวดในใจก็ยิ่งทวีขึ้น หางตาพลันแดงก่ำตามไปด้วย “แม่คะ พูดอะไรเหลวไหลคะ หนูจะบอกความลับอย่างหนึ่งให้ แม่ฟังนะ โจวหลวนเฉิงอาจจะยังมีชีวิตอยู่ค่ะ”
จงเหวินชิงชะงักไป ก่อนจะผลักเซิ่งอันหนิงออกแล้วจ้องตาเธอ พลางส่ายหน้าซ้ำ ๆ “ดูเด็กคนนี้สิ กลางวันแสก ๆ พูดจาเพ้อเจ้ออะไร เพื่อปลอบใจแม่จะพูดอะไรก็ได้ แต่จะมาบอกว่าหลวนเฉิงยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ถ้าหลวนเฉิงยังอยู่จริง ทำไมไม่กลับมาหาแม่ล่ะ”
เซิ่งอันหนิงพยักหน้าอย่างจริงจัง “ที่หนูพูดเป็นความจริงค่ะ หนูบอกว่าเขาอาจยังมีชีวิตอยู่ เพราะคนที่ประสบเหตุในตอนนั้นไม่ใช่เขา หลังจากนั้นยังมีคนเคยเห็นเขาด้วย พวกเรายังเจอนาฬิกาของหลวนเฉิงแล้วด้วย เพียงแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังหาตัวเขาไม่พบ ที่ไม่ได้บอกแม่ก็เพราะกลัวแม่จะร้อนใจไปด้วยค่ะ”
