ฉินหงเสียมองหลี่กัวเหาที่กัดฟันด่าทอด้วยความโกรธ แต่ไม่กล้าส่งเสียง แม้ในใจจะรู้สึกผิดและคิดว่าตนทำให้เซิ่งอันหนิงกับโจวชื่อซวินผิดหวัง แต่เธอกลัวถูกทุบตีมากกว่า
เธอรู้ดีว่าตอนนี้หลี่กัวเหาขาดสติไปหมดแล้ว แถมยังลงมือหนักถึงตายได้ด้วย!
เซิ่งอันหนิงย่อมไม่รู้ว่าฉินหงเสียโยนเป้าความโกรธของหลี่กัวเหามาที่เธอโดยตรง หลังพักเที่ยงเธอก็ไปทำงานตามปกติ
ที่หน้าประตูโรงพยาบาล เธอพบหลัวไช่เสียอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ตั้งหลายวันยังไม่เจอ พอช่วงสองวันนี้เกิดเรื่องขึ้น กลับได้เจอกันทุกวัน
เมื่อเห็นเงาดำระหว่างคิ้วของหลัวไช่เสียเข้มขึ้น แม้แต่ตาขาวก็ยังเป็นสีเขียวคล้ำชวนขนลุก เซิ่งอันหนิงก็คิดในใจว่าพิษคงกำเริบหนักขึ้นแล้ว
เดิมทีเธอตั้งใจจะเดินผ่านไปโดยไม่สนใจหลัวไช่เสีย แต่เจ้าตัวกลับเรียกเธอไว้เสียก่อน “อันหนิง รอก่อน ฉันมีเรื่องจะถาม!”
น้ำเสียงยังคงห้วนกระด้างเหมือนเดิม!
เซิ่งอันหนิงหยุดฝีเท้า หันกลับไปมองหลัวไช่เสียโดยไม่พูดอะไร อยากดูว่าอีกฝ่ายจะถามเรื่องอะไร
หลัวไช่เสียเลียริมฝีปาก “เรื่องของฉัน คุณเป็นคนเอาไปบอกคนอื่นหรือเปล่า? เช้าวันนั้นคนที่เดินผ่านแปลงข้าวโพดก็คือคุณ!”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงฟันธง แถมยังแฝงความหมายเหมือนกำลังซักไซ้เอาความ
เซิ่งอันหนิงอดแปลกใจไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้สมองมีปัญหาหรือไง? ตัวเองทำเรื่องผิดศีลธรรมแท้ ๆ ยังทำเหมือนมีเหตุผลเต็มประดา!
เธอปรายตามองอีกฝ่าย “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า? กลัวคนอื่นรู้ก็อย่าทำเรื่องน่าอับอายสิ! โจวชื่อซวินโชคร้ายจริง ๆ ที่ถูกคนชวนขยะแขยงอย่างคุณหมายตาอยู่นานหลายปี แล้วต่อไปเจอกันห้ามเรียกอาซวิน คุณไม่มีสิทธิ์!”
