เซิ่งอันหนิงยังดึงมือโจวชื่อซวินไว้ แล้วซักถามเรื่องหลูฉางเฟิงอีกหลายอย่าง “ไว้คุณช่วยไปถามเขาหน่อยได้ไหม ว่าทำไมถึงหย่า?”
โจวชื่อซวินรู้สึกปวดหัว จะให้เขาไปถามเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร “อีกไม่นานหลูฉางเฟิงก็ต้องย้ายไปประจำการที่อื่นแล้ว อีกอย่าง ตระกูลหลูเป็นคนมอตู ภูมิหลังดีและมีกฎระเบียบเคร่งครัด คุณปู่ของเขา หลูฮั่นจง สมัยนั้นเป็นบุคคลผู้ทรงอิทธิพลแห่งมอตู ต่อมาผ่านเรื่องราวมามากมาย ตระกูลหลูตกต่ำลงไม่น้อย แต่ก็ยังทรงอิทธิพลอยู่ดี”
พอได้ยินโจวชื่อซวินเอ่ยชื่อคุณปู่ของหลูฉางเฟิง เซิ่งอันหนิงก็นิ่งอึ้งไปทั้งตัว ก่อนจะคว้าแขนโจวชื่อซวินอย่างตื่นเต้น “หลูฮั่นจง? คุณหมายถึงหลูฮั่นจงคนนั้นที่เคยกุมท่าเรือ อู่ต่อเรือ แล้วก็โรงงานปั่นด้ายทั้งหมดในมอตูไว้ในมือใช่ไหม?”
เธอตื่นเต้นจนพูดจาสับสนไปหมด
โจวชื่อซวินไม่เข้าใจว่าเซิ่งอันหนิงตื่นเต้นเรื่องอะไร แต่ก็ยังพยักหน้า “ใช่ แต่เขาเสียชีวิตไปแล้ว”
เซิ่งอันหนิงพยักหน้ารัว ๆ “ฉันรู้ ฉันรู้”
ในโลกนี้มีหลูฮั่นจงอยู่ด้วยหรือเนี่ย ไม่รู้ว่าเป็นหลูฮั่นจงผู้ทรงอิทธิพลในโลกที่เธอจากมาคนนั้นหรือเปล่า ถ้าเป็นคนเดียวกัน แล้วในโลกนี้จะมีพ่อแม่ของเธออยู่ด้วยไหม?
นับดูแล้ว ตอนนี้พ่อแม่ของเธอยังเรียนหนังสืออยู่เลย
ความปรารถนาที่อยากไปมอตูของเซิ่งอันหนิงจึงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วน
ในโลกเดิมของเธอ ครอบครัวเธอกับตระกูลหลูเป็นมิตรสนิทสนมกันมาหลายชั่วอายุคน ทั้งสองตระกูลมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เทศกาลไหน ๆ ก็มักไปมาหาสู่กัน
แต่กลับไม่มีหลูฉางเฟิงคนนี้อยู่เลยนี่นา?
