การเดินทางจากเจียงโจวกลับวังหลวงกินเวลาราวครึ่งเดือน ตลอดทางซูจิ้งเหยานั่งร่วมรถม้าคันกว้างขวางหรูหรากับจวินเจ๋อเฉิน
เหล่าขุนนางที่ติดตามฝ่าบาทไปเจียงโจวคราวนี้ เมื่อทราบเรื่องฮองเฮา “ฟื้นคืนชีพจากความตาย” ต่างมีสีหน้าตกตะลึงยิ่ง
พวกเขารู้สึกอยู่เสมอว่าเรื่องฮองเฮาออกจากวังไปเมื่อห้าปีก่อนมีพิรุธอยู่หลายประการ ทว่าฝ่าบาทกลับทรงรับผิดชอบทุกอย่างไว้เอง ตรัสว่าฮองเฮาไม่ทรงทราบเรื่องใด เพียงแต่ประทับรักษาพระวรกายอย่างสงบอยู่ที่เจียงโจว
ขุนนางหลายคนมองหน้ากัน แม้ในใจยังมีข้อสงสัย แต่ก็ไม่สะดวกจะกล่าวสิ่งใดอีก
ถึงอย่างไรฮองเฮากลับมาก็เป็นเรื่องดี ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ไม่ว่าขุนนางจะถวายฎีกาทัดทานกี่ครั้ง ฝ่าบาทก็ทรงยืนกรานไม่แต่งตั้งฮองเฮาพระองค์ใหม่
แผ่นดินจะไร้ผู้ปกครองแม้เพียงวันเดียวยังไม่ได้ ตำแหน่งฮองเฮาย่อมปล่อยว่างไว้นานไม่ได้เช่นกัน มิฉะนั้นย่อมไม่เป็นผลดีต่อชะตาบ้านเมือง
แต่ฝ่าบาทกลับทรงดึงดันทำตามพระทัย ไม่ใส่พระทัยคำทัดทานของเหล่าขุนนาง พวกเขาเหล่าขุนนางเองก็จนปัญญา ถึงขั้นต้องวิงวอนให้ไทเฮาเสด็จออกหน้าช่วย จึงทำให้ฝ่าบาททรงรับพระสนมหน้าใหม่เข้าวังหลังมาได้หลายคน
เวลาครึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วราวม้าขาวควบผ่านช่องหน้าต่าง
วันกลับวัง ซูจิ้งเหยาประทินโฉมแต่งองค์อย่างพิถีพิถัน
นางสวมชุดหงส์สีทองที่เลือกไว้ เส้นไหมทองบนชุดหงส์ทอประกายระยิบระยับใต้แสงอาทิตย์ ขับให้นางดูสง่างามสูงศักดิ์ ราวเทพธิดาจากสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า
ส่วนวันนี้จวินเจ๋อเฉินก็ทรงฉลองพระองค์ชุดคลุมมังกรสีทอง เผยให้เห็นความสูงศักดิ์และบุคลิกน่าเกรงขามของพระองค์
ทั้งสองพระองค์แต่งองค์อย่างเป็นทางการ สง่างามและเคร่งขรึม
รถม้าเคลื่อนผ่านประตูวังเข้าสู่เขตพระราชฐานอย่างช้า ๆ ล้อรถบดไปตามทางส่งเสียงทุ้มต่ำ ก่อนจะแล่นตามถนนในวังมุ่งหน้าสู่เขตพระตำหนักชั้นใน
ไทเฮา เหล่าพระสนม และขุนนางมารออยู่ด้านนอกตำหนักไท่จิ๋กันนานแล้ว
ก่อนเสด็จกลับวังครั้งนี้ จวินเจ๋อเฉินทรงส่งข่าวกลับมาโดยเฉพาะ แจ้งว่าพิธีครั้งนี้ต้องจัดให้ยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ
หลินเม่าอินจึงต้องวุ่นวายจัดการเรื่องนี้ทุกวัน
