นับแต่ซูจิ้งเหยาเข้าจวนมา เวลาก็ล่วงเลยไปกว่าสามเดือนโดยไม่รู้ตัว
ตลอดสามเดือนนี้ หลิงเยวี่ยแทบไม่ใส่ใจจวินเจ๋อเฉินอีกเลย ในแต่ละวันนางทุ่มเททั้งกายใจให้กับการจัดการกิจการในเรือนหลัง
เมื่อนางเริ่มลงมือดูแลกิจการภายในอย่างแท้จริง จึงได้สัมผัสอย่างลึกซึ้งว่าธุระเหล่านี้ช่างยุ่งยากและซับซ้อนเพียงใด
เพียงแค่จัดสรรและกำกับดูแลเหล่านางกำนัลในแต่ละวัน ก็สิ้นเปลืองทั้งกำลังและเวลาของนางไปไม่น้อยแล้ว ยังมีงานจัดการอบรมมารยาทและฝึกฝนนางกำนัลในวังตะวันออกอีกสารพัด
แต่ยังดีที่มีพี่เลี้ยงผู้มากประสบการณ์คอยช่วยเหลืออยู่ข้างกาย งานทั้งหลายจึงดำเนินไปอย่างราบรื่นพอสมควร
สิ่งที่ทำให้นางปวดหัวอย่างแท้จริง ยังคงเป็นปัญหาการเงินของจวนองค์รัชทายาท
การเงินของจวนองค์รัชทายาทอยู่ในความดูแลของอันซุ่นมาโดยตลอด ทุกปีเขาจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้เรือนหลังใช้จ่าย ส่วนที่เหลือองค์รัชทายาทจะจัดสรรด้วยพระองค์เอง หลิงเยวี่ยไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่าย
ทว่าเพียงบัญชีรายรับรายจ่ายของเรือนหลังเท่านั้น ก็ทำให้หลิงเยวี่ยต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ของแต่ละวันตรวจสอบ
สมุดบัญชียิ่งซับซ้อนราวกับเขาวงกต ภายใต้คำแนะนำอย่างอดทนของพี่เลี้ยง หลิงเยวี่ยจึงพออ่านทำความเข้าใจได้บ้าง ถึงกับเพิ่งรู้ว่าสมุดบัญชีก็สามารถถูกปลอมแปลงได้ นางจำต้องค่อย ๆ ตรวจดูอย่างละเอียด ไม่ปล่อยให้รายละเอียดเล็กน้อยใดหลุดรอดสายตา
แม้แต่ละวันจะเหน็ดเหนื่อยแทบหมดแรง แต่ความรู้สึกที่ได้กุมอำนาจไว้ในมืออย่างแท้จริงนั้นช่างวิเศษยิ่งนัก
นอกจากดูแลกิจการภายในแล้ว ทุกวันนี้หลิงเยวี่ยยังใช้ข้ออ้างเรื่องการเล่าเรียนไปเข้าเฝ้าฮองเฮา และถือโอกาสเอ่ยถึงเรื่องการคัดเลือกนางงามเข้าวังด้วย
หลิงเยวี่ยสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ความประทับใจที่ฮองเฮาทรงมีต่อนางมิได้เลวร้ายและไม่พอพระทัยเช่นชาติที่แล้วอีกต่อไป
ยามพระกระยาหารเที่ยง บ่าวในวังข้างกายฮองเฮาก็รีบรุดมายังตำหนักฉีหลวน
“หม่อมฉันถวายบังคมไท่จื่อเฟย นี่คือรายชื่อหญิงสาวผู้เข้าคัดเลือกในราชวังที่พระนางฮองเฮาทรงให้หม่อมฉันนำมาถวาย พระนางมีรับสั่งให้พระองค์ทรงกำหนดตำแหน่งและตำหนักที่ประทับของหญิงสาวทั้งหลายด้วยพระองค์เองเพคะ”
