หลิงเยวี่ยเหม่อมองแผ่นหลังของซูจิ้งเหยาที่ค่อย ๆ ห่างออกไป แววตาเต็มไปด้วยความซับซ้อน
นางเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดตนจึงกลายเป็นคนดื้อรั้นเช่นนี้ ทั้งที่ในใจรู้ดีว่าตนสู้ซูจิ้งเหยาไม่ได้ในทุกด้าน แต่ก็ยังไม่ต่างจากแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ อยากประชันกับนางให้รู้แพ้รู้ชนะ
สุดท้ายแล้วก็มีแต่ทำให้ตนเองขายหน้าอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่...
นางไม่อยากให้ซูจิ้งเหยาได้ดี!
หลิงเยวี่ยค่อย ๆ หลุบตาลง สายตาตกลงบนผิวน้ำในถ้วยชาตรงหน้า แววตาว่างเปล่าไร้ชีวิต นางเอาแต่เหม่อมอง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ส่วนเย่หยาหมินที่ถูกเชิญมาก่อนหน้านี้ บัดนี้ค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องด้านในอย่างเงียบเชียบ
ใบหน้าที่ปกติสงบนุ่มนวลของนางในยามนี้เต็มไปด้วยความสงสัย คิ้วขมวดแน่น ดวงตาทั้งคู่ฉายแววไม่เข้าใจ
เหตุใดนางจึงฟังบทสนทนาระหว่างไท่จื่อเฟยกับพระชายารองไม่รู้เรื่องเลย?
ที่ว่าไม่รู้ว่าไท่จื่อเฟยมีชีวิตอยู่มานานเท่าใด หมายความว่าอย่างไร?
เรื่องราวในอดีตระหว่างไท่จื่อเฟยกับพระชายารองคืออะไรกัน?
หากนางจำไม่ผิด พระชายารองเข้าวังตะวันออกมาได้ไม่นานนัก
แล้วความทรงจำจากชาติภพก่อนคืออะไรกัน?
คำว่า “ชาติภพก่อน” นางรู้ความหมายดี แต่กลับไม่กล้าเชื่อ
แต่สิ่งที่ทำให้นางตกใจที่สุดคือองค์รัชทายาทถึงกับจะให้ไท่จื่อเฟยออกจากวังในอีกหนึ่งเดือน!
เหตุผลก็เพื่อเปิดทางให้พระชายารองขึ้นเป็นฮองเฮาในอนาคต!
แม้ตอนที่เพิ่งเข้าวังตะวันออก ฝ่าบาทจะทรงโปรดปรานพระชายารองเพียงผู้เดียว จนกระทั่งพระชายารองตั้งครรภ์ จึงเริ่มโปรดปรานพวกนาง นางก็รู้แล้วว่าองค์รัชทายาททรงรักพระชายารองมากเพียงใด
แต่ไม่เคยนึกเลยว่าจะทรงโปรดปรานอนุจนละเลยชายาเอกถึงเพียงนี้
วันนี้ไท่จื่อเฟยเรียกนางมาด้วยเหตุใดกัน?
ไท่จื่อเฟยกับพระชายารองมีความแค้นต่อกัน บัดนี้ไท่จื่อเฟยกำลังจะถูกส่งออกจากวัง อนาคตมืดมน เย่หยาหมินไม่คิดว่าตนยังมีผลประโยชน์ใดให้ร่วมมือกับนางได้อีก
“วันนี้ไท่จื่อเฟยเรียกหม่อมฉันมา เพื่อให้ฟังบทสนทนาระหว่างพระองค์กับพระชายารอง จุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไรกันเพคะ?”
เย่หยาหมินก้มมองหลิงเยวี่ย น้ำเสียงแฝงความระแวง
