รถเทียมวัวใช้เวลาอีกหนึ่งชั่วยามกว่าจะกลับถึงหมู่บ้าน บ้านใดมีลูกต่างก็มารออยู่ที่ปากหมู่บ้านกันตั้งนานแล้ว
เมื่อเด็ก ๆ เห็นบิดามารดา ก็โผเข้าหาอ้อมอกประหนึ่งวิหคคืนรัง ยังไม่ทันรอให้รถเทียมวัวจอดสนิท พวกเขาก็กระโดดลงไปแล้ว
ฉู่วั่งชานประกาศผลการตรวจสอบครั้งนี้ต่อหน้าทุกคน ชาวบ้านต่างพากันแสดงความยินดีกับผู้ใหญ่บ้าน พวกเขาคาดการณ์ไว้นานแล้วว่าฉู่เช่าเหย่กับฉู่ชิงเหยาต้องมีพรสวรรค์ ทว่าไม่คิดว่าฉู่ชิงยวี่จะได้เป็นจอมวิญญาณ ทั้งยังมีพรสวรรค์สูงส่งถึงเพียงนี้
“แม่ของชิงยวี่ ยินดีด้วยนะ ชิงยวี่เติบโตได้ดีเช่นนี้ ในที่สุดเจ้าก็ผ่านพ้นช่วงลำบากมาได้เสียที”
หลิ่วเชี่ยนกอดฉู่ชิงยวี่ไว้แน่น ขอบตาแดงก่ำ “เด็กดี ต่อไปก็ไม่ต้องลำบากไปกับแม่แล้ว”
ฉู่ชิงยวี่หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตาให้นาง “อยู่กับแม่ไม่เคยลำบากเลย ต่อไปชีวิตของพวกเราจะยิ่งหวานชื่นกว่าเดิม”
เวลานี้หลานฟางโอบเด็กคนละข้าง นางยิ้มจนหุบปากไม่ลง “สมกับเป็นเด็กที่ข้าเลี้ยงมา ข้านี่ช่างเลี้ยงลูกเก่งเสียจริง!”
ฉู่ชิงเหยาเบือนหน้า หลบมือของนาง “ท่านแม่ ผมข้าถูกท่านขยี้จนยุ่งหมดแล้ว”
หลานฟางขยี้หัวทั้งสองคนเสียจนพอใจก่อนจะปล่อยมือ “หิวกันแล้วกระมัง กลับบ้านกินข้าวกันเถิด แม่ทำของอร่อยไว้เต็มโต๊ะเลย”
ฉู่ชิงเหยาเกาะแขนนางพลางออดอ้อน “ท่านแม่ ถ้าข้ากับพี่ชายตรวจไม่พบพรสวรรค์ ท่านยังจะทำของอร่อยให้พวกเรากินหรือไม่?”
หลานฟางจิ้มจมูกนาง “ทำมาแล้วทั้งที ต่อให้พวกเจ้าสองคนตรวจไม่พบพรสวรรค์ แม่จะเทอาหารทิ้งได้อย่างไร?”
ฉู่วั่งชานเดินตามเข้ามาพูดกับหลานฟางสองสามคำ นางจึงพยักหน้า
