ทังเจินเมื่อได้ชัยชนะย่อมไม่หยุด ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งใหญ่ นำวัวเพลิง 300 ตัว พุ่งไปที่ไหนคนหนาแน่นก็พุ่งเข้าไปที่นั่น ตลอดทางชนแหลกไปทั่ว
ทหารม้าทูฟานที่รับหน้าที่สกัดกั้นไม่เคยเห็นขบวนเช่นนี้ ม้าศึกตกใจวิ่งอลหม่าน ชนกันเองตายนับไม่ถ้วน
ทังเจินถือทวนยาวหนึ่งเล่มบุกตะลุยในกองทัพที่อลหม่าน เรียกได้ว่าไม่มีใครต้านทานได้แม้ครึ่งกระบวนท่า ข้าศึกอยากจะเข้าไปขวางก็ทำไม่ได้ เพราะม้าศึกไม่เชื่อฟังคำสั่ง
เฉินเฟิงนำทัพ 4000 นายตามหลังขบวนวัวเพลิงไปห่าง ๆ รอบด้านเต็มไปด้วยฝุ่นคลุ้งจนมองไม่ทิศเหนือทิศใต้
ทังเจินฆ่าได้มันมือ เขาอยู่แถวหน้ามองเห็นภาพชัดเจน ข้าศึกที่มาสกัดกั้นค่อย ๆ น้อยลง จนกระทั่งเห็นค่ายใหญ่ของข้าศึก จึงกำหนดเป้าหมายและบุกเข้าไป
องค์รัชทายาทไม่ได้บอกหรือว่าให้ฝ่าวงล้อมไปที่เขาหมิงเสีย แล้วไม่ได้บอกต้องไปทางไหน การฝ่าออกทางค่ายข้าศึกก็เป็นการฝ่าวงล้อมเหมือนกัน
เจ้าคนนี้กำลังสนุกกับการฆ่า จึงตรงดิ่งไปที่ค่ายใหญ่ข้าศึก
ในค่ายใหญ่เวลานี้ วุ่นวายกันเป็นโกลาหล วอฮั่นรู้สึกไม่ดี จึงเตรียมหนีภายใต้การคุ้มครองของทหารองครักษ์:
“รีบ ๆ หนีไป สั่งคนอื่น ๆ ให้ล้อมจากทางด้านหลัง ห้ามปล่อย...”
ยังพูดไม่ทันจบ เห็นทังเจินควบม้านำหน้าเข้าค่ายใหญ่ ด้านหลังฝูงวัวเพลิงร้องครวญครางไล่ตามติด ๆ
“เร็ว...เร็ว ไปขวางเขา...”
เห็นทังเจินพุ่งเข้ามาหา วอฮั่นตกใจแทบฉี่ราด หนีก่อนแล้วค่อยว่ากัน
องครักษ์ข้างกายก็ตกใจเช่นกัน องค์ชายให้เราใช้กายเปล่าขวางวัวเพลิงคลั่งอย่างนั้นหรือ?
งานนี้ใหญ่เกินไปหน่อยนะ
“พุ่ง พุ่ง พุ่ง ไปขวางวัวเพลิง”
