รุ่งขึ้น
ณ ตำหนักบูรพา มีเรือนข้างอันเงียบสงบแห่งหนึ่ง น้อยนักที่ผู้คนจะสัญจรไปมา
เหมาะแก่การพบปะเป็นการส่วนตัวเป็นอย่างยิ่ง
เฉินเฟิงได้สั่งการไว้แต่เช้าตรู่ ให้ถอนกำลังคนเฝ้าดูแลโดยรอบอันไม่จำเป็นออก
ภายนอกเหลือเพียงข้ารับใช้เฝ้าสองคน และทั้งคู่ได้รับคำสั่งไว้ก่อนแล้ว ให้ทำเป็นไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ปล่อยให้ผู้คนเข้าออกได้ตามอำเภอใจ
นี่คือช่องทางที่เขาจงใจเปิดไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เย่ลวี่หลี่
เย่ลวี่หลี่มิใช่คนโง่
นางย่อมรู้แก่ใจดีว่า การเดินทางมาครั้งนี้ราบรื่นถึงเพียงนี้ หาใช่เรื่องบังเอิญไม่
นางย่างเท้าอย่างแผ่วเบา หลบหลีกผู้คนที่สัญจรไปมาโดยตลอดทาง
เมื่อเดินมาถึงหน้าเรือน ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ภายในใจทั้งวุ่นวายและหงุดหงิด หลังจากคืนก่อนได้ฟังคำพูดของเฉินเฟิงแล้ว ก็นอนพลิกไปพลิกมาตลอดทั้งคืนมิได้หลับตา
องค์ชายสามติดต่อกับเป่ยอันกั๋วมาหลายปี
คิดว่าต่างมีเป้าหมายเดียวกัน พันธสัญญานี้แข็งแกร่งมิอาจทำลายลงได้
แต่บัดนี้ ความไว้ใจเหล่านั้นได้แตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ ไปแล้ว
ในใจนางเต็มไปด้วยความโกรธแค้น และความหวาดกลัวที่ฝังลึก
ร้อนรนอยากพบองค์ชายเจ็ดเหลือเกิน เพื่อเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างละเอียดถ้วนถี่
นางสัมผัสได้เลือนรางว่าองค์ไท่จื่อดูเหมือนจะจงใจให้โอกาสนางได้พบปะในครั้งนี้
แต่ยามนี้นางไร้ซึ่งสติที่จะคิดให้ลึกซึ้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้
ก็คือการบอกเล่าถึงธาตุแท้ของเฉินอิงให้ราชวงศ์ของตนเองทราบ
ในเรือน
องค์ชายเจ็ดแห่งเป่ยอัน เย่ลวี่หยวน ผู้ปลอมแปลงกายเป็นคนอื่น ได้รอคอยอยู่เป็นเวลานานแล้ว
เขารับข่าวลับที่เย่ลวี่หลี่ส่งมา ทราบว่ามีเรื่องสำคัญจะหารือ ก็รู้สึกสงสัยใคร่รู้เป็นอย่างยิ่ง
