จิมเปียวกำลังทรมานกับ “ยาพิษ” จนหมดเรี่ยวหมดแรง ดูท่าทางเหลือชีวิตอยู่แค่ครึ่งเดียว
ขณะที่เขากำลังหงุดหงิดใจ ซุนเทากลับยิ้มยิงฟัน หัวเราะราวกับเพิ่งเก็บเงินได้
ไฟโทสะพลันลุกโชนขึ้นมา จิมเปียวตวัดมือตบหน้าผากซุนเทาเต็มแรง “หัวเราะอะไรของแกวะ! ไอ้บ้า!”
ความจริงแล้ว จิมเปียวรู้จักหยางเหว่ยมาเกือบเจ็ดแปดปีแล้ว โดยเฉพาะตอนหยางเหว่ยเรียนมัธยมปลาย เขามักเรียกจิมเปียวไปที่โรงเรียนให้ช่วยอัดคนอยู่บ่อย ๆ
ส่วนซุนเทาก็เป็นลูกสมุนของหยางเหว่ยตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายเช่นกัน
ดังนั้น จิมเปียวกับซุนเทาจึงรู้จักกันมานานแล้วเป็นธรรมดา
ซุนเทาถูกตบหน้าผากโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ก็ทำได้แค่หดคอ
พอรถแล่นออกไป เขาก็อดใจไม่ไหว ถามอย่างระมัดระวังว่า “พี่เปียว เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ? นอกจากจะจัดการหลี่เฟิงไม่สำเร็จแล้ว คุณชายหยางยังถูกตลบหลังจนโมโหแทบตาย จากนั้นไปหาพี่กับเกอซูม่านก็หาไม่เจออีก...”
พอเอ่ยถึงหยางเหว่ย ลูกน้องของจิมเปียวหลายคนก็อดกระตุกมุมปากไม่ได้ แต่ละคนพยายามกลั้นหัวเราะ
พวกเขาคิดในใจว่า ไอ้ซุนเทาคนนี้ยังไม่รู้เลยว่าผู้เป็นนายของมันถูกพวกเขาส่งออกจากหยุนเฉิงไปนานแล้ว แถมยังส่งไปทิ้งไว้ในป่ารกร้างห่างออกไปกว่าร้อยกิโลเมตร
ลูกหลานข้าราชการระดับสูงที่เติบโตมาอย่างสุขสบาย พอตื่นขึ้นมากลับพบว่าตัวเองอยู่ในที่กันดารสุดขอบโลก ทั้งทรัพย์สินมีค่าบนตัวก็ถูกปล้นไปจนเกลี้ยง ไม่รู้จะมีสีหน้าอย่างไรนะ?
หากเป็นเมื่อก่อน เวลาซุนเทาถามแบบนี้ จิมเปียวคงคร้านจะตอบ
