“แปลกนะ เหตุใดวันนี้เจ้าดูเกร็ง ๆ?”
เมื่อเห็นสิงเซี่ยเว้นระยะห่างจากตนเกือบสามกำปั้น โม่เยี่ยนชิวก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ก่อนหน้านี้ตอนเรียน สิงเซี่ยแทบจะยืนไหล่ชิดไหล่กับนาง แต่วันนี้กลับรักษาระยะห่างจากนางอย่างแข็งทื่อ
เมื่อนางขยับเข้าไปหาสิงเซี่ยเล็กน้อย สิงเซี่ยก็ขยับหนีไปในทิศทางเดียวกันทันที เห็นได้ชัดว่าจงใจหลบหนีนาง
“มีหรือ? ฮ่า ๆ ๆ...” สิงเซี่ยหัวเราะอย่างกระอักกระอ่วน สีหน้าเขียนคำว่า ‘ฉันมีพิรุธ’ ไว้เต็มหน้า
หลังจากจื่อเสวี่ยเตือนเขา เขาก็รู้สึกว่าตนคงฉวยโอกาสเอาเปรียบศิษย์พี่อยู่บ้างจริง ๆ
ถ้าศิษย์พี่รู้ว่าเมื่อก่อนฉันเป็นคนแบบไหน... อึ๋ย! ต้องโดนศิษย์พี่จัดการแน่ ๆ เลย!
“เอ่อ ศิษย์พี่ ข้ามีเรื่องเกี่ยวกับเวทมนตร์อยากถามท่าน!”
เปลี่ยนเรื่องได้แข็งทื่อขนาดนี้เชียวหรือ? โม่เยี่ยนชิวหัวเราะอย่างจนใจอยู่ในใจ ศิษย์น้องคนนี้โกหกไม่เป็นเอาเสียเลย
ส่วนสาเหตุที่จู่ ๆ สิงเซี่ยก็รักษาระยะห่างจากนาง ในเมื่อนางไม่อยากพูด โม่เยี่ยนชิวก็จะไม่บังคับให้นางเปิดเผยความลับ
ศิษย์น้องมีความลับของตนเองบ้างเป็นเรื่องปกติ ในฐานะศิษย์พี่ นางไม่ควรบุ่มบ่ามเข้าไปก้าวก่าย
“ว่ามาสิ มีเรื่องอะไร?”
“คือข้าพบว่า หากเรียนอักขระเวทตามปกติ แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำภารกิจที่ศิษย์พี่มอบหมายให้สำเร็จ แต่ถ้าใช้การผสมอักขระเวทแทนอักขระเวทบางส่วน...”
สิงเซี่ยเล่าความคิดที่ได้รับจากไอเลียออกมา เมื่อคืนเขาขบคิดและต่อยอดความคิดนี้อย่างละเอียด ตอนนี้มันจึงกลายเป็นแผนการที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลแล้ว
