วันต่อมา สิงเซี่ยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันอันแสนทรหดกับการเรียนอีกครั้ง
หลังฝึกฝนตลอดทั้งวัน ในที่สุดนางก็พัฒนาความก้าวหน้ามาถึงขีดสุดท้ายของอักขระเวทตัวแรกได้สำเร็จ
ความก้าวหน้านี้ทำให้โม่เยี่ยนชิวพอใจเป็นอย่างยิ่ง นางเอ่ยชมสิงเซี่ยอยู่หลายคำ เมื่อเห็นศิษย์ของตนขยันขันแข็งถึงเพียงนี้ คนเป็นอาจารย์ย่อมมีความสุขเป็นธรรมดา
“เอาละ วันนี้พอแค่นี้ก่อน อย่าใจร้อนเกินไป” โม่เยี่ยนชิวเหลือบมองเวลา แล้วบอกให้สิงเซี่ยหยุดมือ “ข้ายังมีเรื่องหนึ่งจะคุยกับเจ้า”
“อืม? หมดเวลาทดลองเรียนแล้วหรือเจ้าคะ?” สิงเซี่ยนึกว่าโม่เยี่ยนชิวพูดถึงเรื่องคะแนนสะสม จึงรีบยืนยันว่าตนไม่คิดจะเรียนฟรีโดยไม่จ่ายอะไร
นางตัดสินใจไว้แล้วว่าจะเลือกโม่เยี่ยนชิวเป็นอาจารย์สอนเสริม
โม่เยี่ยนชิวหัวเราะพลางส่ายหน้า “เจ้าเป็นศิษย์คนแรกของข้า ทั้งยังเป็นผู้ช่วยให้ข้าได้ทดลองวิธีสอนที่ถูกต้อง หลักสูตรของข้าฟรีสำหรับเจ้าไปตลอด นี่คือข้อตกลงของเรา”
“เรื่องที่ข้าจะบอกเป็นอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้จะมีอัจฉริยะที่เข้ากับคนยากมากคนหนึ่งเข้าเรียนที่หอเสวียนจี หากเจ้าเจอนาง อย่าได้ขัดแย้งกับนางเด็ดขาด”
อัจฉริยะที่เข้ากับคนยากมากงั้นหรือ?
คงเป็นเพราะอยู่กับจื่อเสวี่ยมานาน สิงเซี่ยจึงไม่ได้รู้สึกว่าอัจฉริยะมีอะไรพิเศษนัก
ถึงอย่างไร คุณหนูผู้หยิ่งยโสที่เอาแต่เรียกตัวเองว่าคุณหนูใหญ่ตลอดทั้งวันอย่างจื่อเสวี่ย ก็ยากจะทำให้คนรู้สึกว่าเป็นอัจฉริยะผู้สูงส่งเหนือใคร
“เก่งกว่าศิษย์พี่หรือเจ้าคะ?”
