ตื่นจากนิทราแล้วก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
ร่างกายของแม่มดแข็งแรงกว่าร่างเดิมของสิงเซี่ยในทุกด้าน ปัญหาส่วนใหญ่แค่นอนพักสักคืนก็หายได้
สิบวันมานี้สิงเซี่ยปรับตัวกับการใช้ชีวิตในร่างใหม่ได้แล้ว นางยืดเส้นยืดสายก่อนลุกลงจากเตียง แล้วเอื้อมมือไปแกะกระดุมชุดนอนอย่างเป็นธรรมชาติ...
เดี๋ยวก่อน!
สิงเซี่ยชะงักกึก
เมื่อคืนก่อนนอน นางไม่ได้เปลี่ยนชุดนอนนี่นา
พอหันไปมองเปียที่ถักไว้อย่างเรียบร้อยข้างศีรษะ แววตาของนางก็ยิ่งสับสน
หรือว่าฉันลุกขึ้นมาอาบน้ำ เปลี่ยนชุดนอน แล้วก็ถักผมเองตอนกลางดึกงั้นเหรอ?
เป็นไปได้ยังไง
ฉันไม่ได้เป็นโรคละเมอสักหน่อย!
เป็นจื่อเสวี่ยหรือเปล่า? สิงเซี่ยระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็ว
ในห้องพักมีแค่จื่อเสวี่ยคนเดียวที่ขยับตัวได้ ถ้าไม่ใช่นางแล้วจะเป็นใครได้อีก?
สิงเซี่ยรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกจากห้อง ก่อนจะพบจื่อเสวี่ยที่เพิ่งตื่นนอนเช่นกัน
ยังไม่ทันเอ่ยปากถาม จื่อเสวี่ยก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า “เมื่อวานเรียกเท่าไรก็ไม่ยอมตื่น เก่งจริงนะ ทำเอาข้าต้องกลายเป็นสาวใช้ส่วนตัวของเจ้าไปเสียแล้ว”
“เอ๊ะ?” ⊙▃⊙
“ยังต้องให้ข้าป้อนข้าวให้อีกด้วย ตัวเหม็นหึ่ง ข้าทนไม่ไหวก็เลยช่วยอาบน้ำให้” จื่อเสวี่ยแค่นเสียงเบา ๆ แล้วพูดต่อ
ท่าทีเช่นนี้กลับทำให้สิงเซี่ยรู้สึกผิดขึ้นมา
ถ้าจื่อเสวี่ยพูดจริง นางก็ทำเกินไปหน่อย
ส่วนจื่อเสวี่ยที่ทั้งป้อนข้าวทั้งช่วยอาบน้ำให้ ช่างเป็นคนดีจริง ๆ!
อย่างไรเสีย ในใจสิงเซี่ย นางไม่ใช่คนที่จะถูกเอาเปรียบได้ง่าย ๆ คนที่ได้เปรียบจากการที่จื่อเสวี่ยช่วยอาบน้ำให้นางก็คือตัวนางต่างหาก
