“เห็น ๆ อยู่ว่าข้าต่างหากที่เป็นสหายของเจ้า แต่สุดท้ายเจ้ากลับช่วยพูดแทนเจ้าหมอนั่น หรือว่าเจ้าอยากเกาะนางกิน?”
ภายในห้องส่วนตัวเล็ก ๆ อันเงียบสงบ จื่อเสวี่ยกับสิงเซี่ยนั่งประจันหน้ากัน เด็กสาวผมขาวใช้มีดเงินจิ้มเนื้อย่างชิ้นใหญ่บนโต๊ะไปพลาง จ้องสิงเซี่ยด้วยแววตาลึกล้ำไปพลาง
ทุกครั้งที่มีดในมือจิ้มลงบนเนื้อย่าง เหงื่อเย็นบนหน้าผากของสิงเซี่ยก็เพิ่มขึ้นอีกหยด
บัดซบ บรรยากาศประหลาดนี่มันเรื่องอะไรกัน ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่า? สิงเซี่ยกลืนน้ำลาย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงระมัดระวังสุดขีด
“จะเป็นไปได้อย่างไร ข้ากับนางก็ไม่สนิทกันเสียหน่อย”
“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าถึงช่วยนางเล่า ข้าเกือบจะต้อนนางจนไม่มีทางหนีอยู่แล้วเชียว”
“เจ้าบีบคั้นนางเช่นนี้ไม่มีทางสำเร็จหรอก นิสัยของนางกับเจ้า...แค่ก หยิ่งทะนงพอกัน จู่ ๆ จะให้นางก้มหัวยอมรับผิดและยอมแพ้ นางย่อมทำใจยอมรับได้ยาก” สิงเซี่ยรีบอธิบายเหตุผลที่ตนเลือกทำเช่นนั้น
นิสัยของไอเลียกับจื่อเสวี่ยเรียกได้ว่าคล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง ต่างก็เป็นอัจฉริยะผู้ทะนงตน จะให้พวกนางก้มหัวยอมรับว่าตนด้อยกว่าอีกฝ่าย ก็ไม่ต่างจากเอามีดแทงใจ
“ตอนนั้นต่อให้เจ้าบีบคั้นนางเพียงใด ก็มีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง สุดท้ายหากนางเสียหน้าจนแค้นเคืองเจ้า ก็ไม่เป็นผลดีต่อพวกเจ้าทั้งคู่”
ในสถานการณ์ตอนนั้น ไอเลียแทบไม่มีทางยอมก้มหัวยอมแพ้ หากจื่อเสวี่ยยังคงบีบคั้นไม่เลิกรา สถานการณ์ย่อมเลวร้ายลงอย่างแน่นอน ทั้งสองอาจถึงขั้นกลายเป็นศัตรูที่ไม่ยอมอยู่ร่วมฟ้ากัน
