วันนี้สิงเซี่ยได้เข้าใจหลักการข้อหนึ่ง
การจดจำได้กับการเรียนรู้จนทำเป็นนั้น เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง
นางจดจำโครงสร้างอักขระเวทของวิชาแสงวาบได้อย่างแม่นยำ กระทั่งสามารถวาดเลียนแบบลงบนกระดาษได้ทุกประการ ทว่าเมื่อคิดจะใช้พลังเวทก่อร่างโครงสร้างอักขระเวทนี้ ปัญหาก็ผุดขึ้นมาต่อเนื่องไม่ขาดสาย
อย่างเช่นพลังเวทไม่ยอมเชื่อฟัง พอพยายามฝึกควบคุมพลังเวทได้แล้ว กลับควบคุมการเคลื่อนไหวอันละเอียดอ่อนของมันไม่ได้อีก สรุปแล้วปัญหาสารพัดผุดขึ้นราวกับหน่อไม้หลังฝนตก
ตลอดทั้งวัน นางติดอยู่กับอักขระเวทตัวแรก ไม่อาจคืบหน้าไปได้แม้แต่น้อย
ความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้นางอดสงสัยไม่ได้ว่าตนมีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์หรือไม่ โชคดีที่มีศิษย์พี่สาวผู้แสนอ่อนโยนและเป็นกันเองคอยให้กำลังใจอยู่ข้างกาย
สิงเซี่ยกำคทาเวทของโม่เยี่ยนชิวไว้ในมือ มองอักขระเวทที่สลายหายไปจากปลายคทาอีกครั้ง ก่อนกุมศีรษะและถอนหายใจยาว
“ยากเหลือเกิน...”
ตลอดทั้งวันนี้ นางทำได้มากที่สุดเพียงรวบรวมอักขระเวทตัวแรกให้เป็นรูปร่างได้ครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็เกิดปัญหาสารพัดขึ้นมา
โม่เยี่ยนชิวยกมือลูบศีรษะเล็ก ๆ ของสิงเซี่ย น้ำเสียงไม่ปรากฏแววร้อนใจแม้แต่น้อย “อย่าเพิ่งร้อนใจไป การเริ่มเรียนเวทมนตร์ครั้งแรกก็เป็นเช่นนี้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าศิษย์พี่ใช้เวลานานเท่าใดกว่าจะเรียนเวทมนตร์บทแรกได้?”
น้ำเสียงสุขุมของโม่เยี่ยนชิวค่อย ๆ สลายความอึดอัดที่สั่งสมจากความล้มเหลวในใจสิงเซี่ย นางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างเผื่อเหลือเผื่อขาด
