บรรยากาศเช่นนี้ช่างแตกต่างจากห้องผู้ป่วยอันเย็นเยียบที่เธอเคยอยู่ราวฟ้ากับดิน
บรรยากาศแบบนี้ทำให้หนานชิงรู้สึกสบายใจ แต่ก็ทำให้เธอทำตัวไม่ถูก เพราะไม่รู้ว่าควรกลมกลืนไปกับบรรยากาศเช่นนี้อย่างไร
หนานชิงทำได้เพียงนั่งมองอยู่ตรงนั้น
ยังดีที่หลังจากคุณนายหนานหยอกล้อกับคุณพ่อหนานอยู่สองสามคำ ก็หันมาเรียกหนานชิง
คุณนายหนานเอ่ยว่า “ชิงชิง มานั่งตรงนี้สิ อีกเดี๋ยวก็ได้กินมื้อเย็นแล้ว”
“ค่ะ”
หลังจากนั่งลงได้ไม่นาน อาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟครบทุกจาน
คุณนายหนานทำอาหารไว้เต็มโต๊ะ ล้วนเป็นของโปรดของหนานชิงทั้งนั้น
ครอบครัวนั่งกินมื้อเย็นด้วยกัน ไม่มีเสียงอึกทึกวุ่นวายเหมือนงานเลี้ยงเมื่อคืน มีเพียงความอบอุ่นเรียบง่าย
หลังมื้อเย็น คนรับใช้ก็ยกเค้กก้อนใหญ่เข้ามา
คุณพ่อหนานกล่าวว่า “เก็บของบนโต๊ะออก แล้ววางเค้กไว้ตรงกลาง”
เค้กผลไม้ก้อนใหญ่ ประดับผลไม้ด้านบนอย่างสวยงามประณีต ดูแล้วชวนให้น้ำลายสอ
หนานชิงแค่นั่งรออยู่ข้าง ๆ ให้ทุกคนจัดการก็พอ
คุณนายหนานสวมหมวกวันเกิดให้หนานชิง “ชิงชิง สุขสันต์วันเกิดนะ”
นี่ต่างหากคือการฉลองวันเกิดอย่างแท้จริง เป็นการฉลองวันเกิดที่เรียบง่ายที่สุด
หนานชิงยิ้มกว้าง “ขอบคุณค่ะคุณแม่”
“ห้ามพูดขอบคุณนะ แม่ทำอะไรให้ลูกสาวตัวเอง ไม่จำเป็นต้องขอบคุณหรอก” คุณนายหนานพูดอย่างมีความสุข
หนานชิงตัดเค้กให้พ่อแม่คนละชิ้น ส่วนที่เหลือก็แบ่งให้คนรับใช้ทั้งหมด
ทั้งสามคนนั่งกินของหวานหลังอาหารอยู่หน้าโต๊ะ
คุณนายหนานเหลือบมองคุณพ่อหนาน ฝ่ายนั้นขมวดคิ้วส่ายหน้า คุณนายหนานจึงยื่นมือไปหยิกเขาเบา ๆ ใบหน้าของคุณพ่อหนานพลันแดงก่ำ
