ดึกสงัด ผู้คนหลับใหล ฉินเทียนยังไม่เข้านอน
เขานั่งขัดสมาธิอยู่ในถ้ำ เปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดไหววูบ ส่องใบหน้าอันสงบนิ่ง
เขาลองใช้จิตสัมผัสเมล็ดพันธุ์ไม่กี่เมล็ดที่เพิ่งปลูกไว้ในมิติ...
ภายใต้การหล่อเลี้ยงของน้ำพุวิญญาณ พวกมันก็เริ่มงอกพ้นดินแล้ว ต้นกล้าฟักทองชูใบเลี้ยงหนาอวบสองใบ ส่วนต้นกล้าข้าวโพดก็แทงยอดอ่อนเรียวยาวออกมา ดูเติบโตได้ดีทีเดียว
แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เหตุผลที่ฉินเทียนอดนอน
ฉินเทียนกำลังรอฟังข่าวจากเกาเจี้ยนเช่อ
เรื่องเสือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
เวลานัดหมายใกล้จะมาถึงแล้ว
ฉินเทียนเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าสีเข้ม ตรวจดูข้าวของติดตัว จากนั้นก็เตรียมอาหารและน้ำไว้ให้เหมาเทาอย่างเพียงพอ พร้อมกำชับให้เฝ้าบ้าน
แล้วจึงเปิดประตูไม้ที่ซ่อมแล้วซ่อมอีกอย่างเงียบเชียบ ร่างของเขากลืนหายไปในความมืดมิด
ด้วยความคุ้นเคยกับเส้นทาง เขาหลีกเลี่ยงหมู่บ้านและถนนสายหลัก เดินไปตามทางเล็กเปลี่ยว ๆ มุ่งหน้าเข้าเมืองอีกครั้ง
ยามใกล้รุ่ง ตัวอำเภอเงียบสนิท มีเพียงเสียงสุนัขเห่าดังขึ้นเป็นครั้งคราว
เขามาถึงลานโล่งด้านหลังโรงโม่แป้งร้าง เลือกมุมที่กำบังลมแล้วนั่งรออย่างสงบ
ไม่นานนัก ก็มีเสียงฝีเท้าแผ่วเบาอย่างยิ่งดังมาจากที่ไกล ๆ ฟังดูเหมือนจงใจกดเสียงไว้ พร้อมกับแสงไฟฉายริบหรี่ที่ถูกผ้าคลุมจนเห็นเพียงแสงสลัวสั่นไหว
“น้องชาย?” เสียงเกาเจี้ยนเช่อดังขึ้นเบา ๆ เจือความตื่นเต้นและประหม่าอย่างปิดไม่มิด
“หัวหน้าเกา” ฉินเทียนก้าวออกมาจากเงามืด
คนที่มามีเพียงเกาเจี้ยนเช่อคนเดียว ไม่ได้พาเหล่าเฉินกับเสี่ยวหลิวมาด้วย
ในมือเขาหิ้วกระเป๋าหนังเทียมสีดำใบใหญ่ที่ตุงจนแทบปริ สีหน้าดูเหนื่อยล้า แต่แววตาตื่นเต้นยิ่งกว่า
“น้องชาย มาตรงเวลาจริง ๆ...” เกาเจี้ยนเช่อเดินเร็วเข้ามา มองซ้ายมองขวา ก่อนจะกดเสียงพูดอย่างเร่งรีบ “ข่าวดี ข่าวดีสุด ๆ ของที่...ของล้ำค่าของนาย ฉันหาคนซื้อได้แล้ว...”
ฉินเทียนใจเต้นวูบ แต่สีหน้าไม่เปลี่ยน “ยังไงเหรอ?”
