กลางวันคนพลุกพล่าน สายตาก็เยอะ ฉินเทียนแค่ซ่อมถ้ำบนเขาก็ดึงดูดความสนใจมากพอแล้ว ไม่เหมาะจะหอบเหยื่อกลับมาอย่างเอิกเกริกอีก
แต่กลางคืนไม่เหมือนกัน
ความมืดเป็นเครื่องพรางกายชั้นดี
อีกทั้งหลังจากมีประสบการณ์และได้ของติดมือจากเมื่อคืน ฉินเทียนก็ไม่หวาดหวั่นกับการล่าสัตว์กลางคืนเหมือนก่อน แถมยังรู้สึกอยากลองขึ้นมาบ้าง
ที่สำคัญกว่านั้น ตอนนี้ฉินเทียนมีปืนแล้ว
ปืนยาวสิบห้ากระบอกในมิติ แม้จะเก่าไปบ้าง แต่ก็เป็นอาวุธสังหารของจริง
ใช้ของแบบนั้นล่าสัตว์ ทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยย่อมต่างจากหอกไม้กับก้อนหินราวฟ้ากับเหว
แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช้ปืนพร่ำเพรื่อไม่ได้
เสียงปืนดังเกินไป อาจทำให้ผู้คนในรัศมีสิบกว่าลี้แตกตื่น แล้วนำปัญหาที่ไม่จำเป็นมาให้
หากไม่ถึงคราวจำเป็นจริง ๆ หรือไม่ได้ใช้จัดการสัตว์ใหญ่ที่อันตราย ทางที่ดียังควรใช้อาวุธระยะประชิด
ฉินเทียนหยิบปืนยาวกระบอกหนึ่งออกจากมิติ แล้วอาศัยแสงไฟทบทวนกลไกของมันอีกครั้ง
ดึงลูกเลื่อน บรรจุกระสุน เล็งเป้า...
ท่าทางคล่องขึ้นกว่าก่อนเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ชำนาญอยู่ดี
ฉินเทียนไม่กล้าทดลองยิงจริงในถ้ำ แค่ลองทำความคุ้นเคยกับท่าทางเท่านั้น
จากนั้นก็เก็บปืนกลับเข้าไปในมิติ
ฉินเทียนหยิบขวานเก่าเล่มนั้นออกมาอีกครั้ง แล้วลับคมกับก้อนหิน แม้คมจะยังบิ่นอยู่บ้าง แต่ก็กลับมาคมกว่าเดิมมาก
เขาเหลาไม้เนื้อแข็งสองสามท่อนให้ปลายแหลม ใช้แทนหอกสั้น
เตรียมตัวเสร็จแล้ว ฉินเทียนมองท้องฟ้าด้านนอก เวลาน่าจะราวห้าทุ่ม
ได้เวลาแล้ว
ฉินเทียนค่อย ๆ ขยับกลอนประตูรั้วไม้ เปิดประตูแง้มไว้แล้วเบี่ยงตัวลอดออกไป ก่อนจะดึงประตูปิดไว้หลวม ๆ จากด้านนอก
ภายนอก แสงจันทร์เลือนราง ดวงดาวส่องแสงริบหรี่
ผืนป่าคล้ายสัตว์ยักษ์หมอบราบ เงียบงันอยู่ในความมืดมิดสุดลูกหูลูกตา มองเห็นเพียงเงาดำทะมึนของต้นไม้ใกล้ ๆ
