เมื่อกลับมาถึงถ้ำ ฟ้าก็เริ่มสางแล้ว หมอกยามเช้าบาง ๆ ปกคลุมไปทั่วผืนป่า
บนตัวฉินเทียนยังมีกลิ่นน้ำค้างจากการเดินทางยามค่ำคืนและกลิ่นอายของป่าเขา อีกทั้งยังมีกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ปกปิดได้ไม่หมด
เหมาเทารออยู่หน้าประตูตั้งนานแล้ว พอเห็นเขาก็วิ่งเข้ามาหาอย่างร่าเริง หางเล็ก ๆ สะบัดไปมาราวกับกังหันลม
ฉินเทียนลูบหัวมันเบา ๆ ปลอบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเดินเข้าไปในถ้ำ
เขาไม่ได้พักทันที แต่ไปยังลำธารใต้ดินก่อน ใช้น้ำในลำธารชำระล้างร่างกายจนสะอาด แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า
จากนั้นฉินเทียนก่อไฟ หยิบข้าวสารใหม่ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวจากมิติออกมา พร้อมเนื้อหมูป่าและผักสดอีกสองสามอย่าง นำมาต้มโจ๊กผักใส่เนื้อไม่ติดมันหม้อใหญ่จนหอมฟุ้ง แล้วยังทำแผ่นแป้งข้าวโพดนุ่ม ๆ อีกสองแผ่น
กลิ่นหอมของอาหารช่วยขจัดความเหนื่อยล้าที่เหลืออยู่จนหมด
ฉินเทียนแบ่งอาหารเช้ามื้อง่าย ๆ แต่เต็มอิ่มนี้กับเหมาเทา
เมื่อกินอิ่มดื่มพอ ร่างกายก็อบอุ่นขึ้นมา พละกำลังกลับคืนมาเต็มเปี่ยม
นอกหน้าต่างท้องฟ้าค่อย ๆ สว่างขึ้น ในหมู่บ้านมีเสียงไก่ขัน สุนัขเห่า และเสียงผู้คนตื่นขึ้นมาทำกิจกรรมยามเช้าแล้ว
ฉินเทียนนั่งอยู่ริมเตียง ไม่ได้รีบเตรียมตัวไปทำงานเหมือนทุกวัน
วันนี้เขามีเรื่องสำคัญกว่านั้นต้องจัดการ
ฉินเทียนต้องรีบจัดการให้ได้สิทธิ์ในถ้ำและที่ดินตรงปากถ้ำมาเป็นของตัวเอง
ที่ดินผืนนี้จะได้เป็นที่ดินปลูกบ้านของเขาอย่างแท้จริง
ถ้ำตรงเชิงเขาแห่งนี้ แม้เขาจะปรับปรุงจนดูเหมือนบ้าน แต่พูดตามตรง มันก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภูเขา เป็นพื้นที่ที่ไม่มีเจ้าของหรือเป็นของส่วนรวม
ฉินเทียนอาศัยอยู่ที่นี่และลงมือปรับปรุงด้วยตัวเอง หากพูดกันตามกฎอย่างเคร่งครัด เขายังไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ นับประสาอะไรกับการมีกรรมสิทธิ์
ก่อนหน้านี้ไม่มีทางเลือก จึงต้องเข้ามาจับจองไว้ก่อน
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
ฉินเทียนเริ่มสะสมทรัพย์สินได้บ้าง และยืนหยัดในหมู่บ้านได้แล้ว อย่างน้อยก็ไม่มีใครกล้ารังแกเขาซึ่ง ๆ หน้า
อีกทั้งเขายังทุ่มเทแรงกายแรงใจปรับปรุงถ้ำแห่งนี้ไปมาก จึงต้องทำให้ชัดเจนว่าถ้ำเป็นของใคร
