ใกล้จะถึงถ้ำตรงเชิงเขาแล้ว ฉินเทียนกลับหยุดฝีเท้า
เขากวาดตามองแนวป่าข้างทาง
ต้นไม้ที่นี่ขึ้นตรงดี ลำต้นก็มีขนาดพอเหมาะ ส่วนใหญ่เป็นไม้สนกับไม้ซีดาร์ เนื้อไม้ดีและทนผุ
ก่อนหน้านี้เขาใช้ไม้ไปไม่น้อยตอนตกแต่งถ้ำ แต่ถ้าอยากให้ถ้ำอยู่สบายขึ้น ยังต้องทำเฟอร์นิเจอร์หรือข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ อีก ไม้ยิ่งมีมากก็ยิ่งดี
ในเมื่อมิติขยายใหญ่ขึ้นและเก็บของได้ด้วย ก็ฉวยโอกาสกักตุนไม้ไว้เพิ่มดีกว่า
คิดได้ก็ลงมือทันที
ฉินเทียนเรียกเหมาเทามาไว้ข้างกาย กำชับไม่ให้วิ่งซน ส่วนตัวเองยกขวานขึ้น เลือกต้นสนที่ลำต้นตรงและใหญ่ราวปากชาม ก่อนเหวี่ยงขวานฟันอย่างเต็มแรง
“ฉับ! ฉับ!”
เสียงขวานกระทบลำต้นทึบหนักและทรงพลัง
ตอนนี้ฉินเทียนมีแรงมาก ฟันไปไม่กี่ครั้ง เศษไม้ก็ปลิวว่อน ลำต้นปรากฏรอยแหว่งเป็นรูปตัววีลึกลงไปอย่างรวดเร็ว
ฉินเทียนเดินอ้อมไปอีกด้าน แล้วฟันลงไปอีกหลายครั้ง
“เอี๊ยด...โครม...”
ต้นสนเอนล้มไปตามทิศทางที่กำหนด กระแทกพื้นจนใบไม้แห้งปลิวขึ้นมาเป็นวง
ฉินเทียนลงมืออย่างคล่องแคล่ว ตัดกิ่งก้านออก แล้วหั่นลำต้นเป็นท่อนยาวประมาณ 2 เมตร ก่อนเก็บเข้าไปในมิติทันที
จากนั้นก็เป็นต้นต่อไป
ฉินเทียนเลือกตัดเฉพาะต้นที่ขึ้นตรงและไม่มีตำหนิใหญ่โต ไม่ทำลายสภาพป่าโดยรวม ทั้งยังหลีกเลี่ยงการตัดต้นไม้พันธุ์หายาก
เขาฟันไปสิบกว่าต้นรวด มีทั้งต้นเล็กต้นใหญ่ ต้นที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดพอ ๆ กับปากกะละมัง
เมื่อเห็นกองไม้เล็ก ๆ ก่อตัวอยู่ตรงมุมมิติ ฉินเทียนก็เช็ดเหงื่ออย่างพึงพอใจ
ไม้พวกนี้พอตากแห้งแล้ว จะเป็นของดีทั้งนั้น
“เหมาเทา ไปกันเถอะ...” ฉินเทียนเรียก
ลูกหมาป่ามุดออกมาจากพุ่มไม้ข้าง ๆ ทันที ในปากยังคาบตั๊กแตนตัวใหญ่ที่มันตะครุบเล่นจนมึนงงไปหมด
เมื่อกลับถึงถ้ำ ฉินเทียนผลักประตูรั้วไม้หนาหนักเข้าไป กลิ่นอายคุ้นเคยก็ลอยมาปะทะใบหน้า
แม้จะจากไปเพียงไม่กี่วัน แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้กลับบ้านหลังจากห่างหายไปนาน
