ฉินเทียนถอนตัวไปตามแนวสันเขาลับที่เลือกไว้
ลมกลางคืนโหมพัด ช่วยสลายกลิ่นดินปืนและคาวเลือดบนตัวไปบ้าง อีกทั้งยังทำให้สมองของฉินเทียนค่อย ๆ ปลอดโปร่งขึ้น
ความเสียดายเล็กน้อยที่ปล่อยหมูป่าหลุดมือไปยังคงพันเกี่ยวอยู่ในใจ ราวกับเถาวัลย์เส้นบาง ๆ
ความสามารถใหม่ของมิติที่เก็บสิ่งมีชีวิตได้ หากใช้ให้เหมาะสม มิตินี้ก็จะกลายเป็นไพ่ตายในการสร้างฐานะของฉินเทียน
ฉินเทียนอยากรู้ขีดจำกัดของการเก็บสิ่งมีชีวิตเข้ามิติอย่างใจจดใจจ่อ
ขณะที่กำลังเดินอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบาดังมาจากริมพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลเบื้องหน้า
ฉินเทียนหยุดฝีเท้าทันที ย่อตัวลงเล็กน้อย แล้วเพ่งสายตาคมกริบผ่านความมืดสลัวไปยังต้นเสียง
เป็นกระต่ายป่าตัวหนึ่ง
ขนสีเทาอมน้ำตาลของมันกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ มันกำลังนั่งหมอบอยู่ข้างกอหญ้าเตี้ย ๆ ปากแหว่งสามแฉกขยับเคี้ยวอย่างรวดเร็ว หูยาวทั้งสองข้างหมุนระแวดระวัง ดูท่าจะกำลังเพลิดเพลินกับความสงบและอาหารในยามค่ำคืน
ตัวไม่ใหญ่ คาดว่าหนักราว 3-4 จิน
ขี้กลัว ว่องไว แต่แทบไม่มีความดุร้าย
เป็นเป้าหมายทดลองที่สมบูรณ์แบบ
ฉินเทียนฉุกคิดขึ้นมา ความคิดที่เมื่อครู่ยังไม่ได้ลองพลันผุดขึ้นอีกครั้ง
เมื่อเทียบกับหมูป่าดุร้ายแล้ว กระต่ายป่าตัวนี้ปลอดภัยกว่ามาก
ฉินเทียนไม่ได้ลงมือทันที แต่สำรวจสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ก่อน
บริเวณนี้ค่อนข้างโล่ง พุ่มไม้ขึ้นห่าง ๆ กัน มองเห็นและเคลื่อนไหวได้สะดวก
ตำแหน่งที่กระต่ายป่าอยู่ห่างจากเขาราว 7-8 เมตร
ฉินเทียนค่อย ๆ ย่อตัวลง พยายามทำให้ตัวเองเป็นเป้าสังเกตได้น้อยที่สุด พร้อมกับผ่อนลมหายใจให้แผ่วและช้าที่สุด เพื่อไม่ให้เจ้าตัวเล็กขี้ระแวงตกใจ
มือขวาวางแตะเบา ๆ ตรงเอว ตรงนั้นเหน็บมีดสั้นอยู่ แต่เขาไม่ได้คิดจะใช้มัน
ส่วนมือซ้ายกำหลวม ๆ พร้อมรวบรวมสมาธิอย่างเงียบเชียบ
จากประสบการณ์เก็บปลาสีเงิน และการประเมินหมูป่าเมื่อครู่ ฉินเทียนคาดว่าการเก็บสิ่งมีชีวิตเข้ามิติอาจมีข้อกำหนดเรื่องขนาดและระยะห่างของเป้าหมาย หรืออาจเกี่ยวข้องกับจิตต่อต้านและพลังชีวิตของเป้าหมายด้วย
