คำที่เก่อเจินพูดออกมาเองเผยให้เห็นช่องโหว่ในคำโกหกของเธอทันที
สีหน้าของพี่ชายทั้งสองของเก่อเจินพลันย่ำแย่ลง ใบหน้าเขียวคล้ำ พวกเขาเริ่มตระหนักว่าเรื่องราวคงเป็นอย่างที่โจวเจียเห่าพูดจริง ๆ
หากน้องสาวของพวกเขาตั้งท้องลูกของคนอื่นจริง แถมยังคิดหาคนรับช่วงต่อ แล้ววันนี้ถูกเปิดโปงต่อหน้าชาวบ้านมากมายเช่นนี้ หน้าตาของตระกูลเก่อคงไม่เหลือชิ้นดี!
พี่ชายคนโตของเก่อเจินจ้องน้องสาวเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เขากดเสียงต่ำแล้วถามอย่างร้อนใจว่า “น้องเล็ก บอกความจริงกับพี่มา ตกลงท้องหรือเปล่า?!”
ถึงตอนนี้เก่อเจินก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอฝืนสะกดความตื่นตระหนกในใจ แสร้งทำเป็นสงบนิ่ง ใบหน้าเจือแววคับแค้นและดื้อรั้น
เธอมองพี่ชายแล้วพูดอย่างจงใจทำเป็นมีสติว่า “พี่ พี่ก็สับสนไปด้วยหรือ? ถ้าฉันท้องจริง ฉันก็แอบไปทำแท้งเงียบ ๆ ได้ ไม่มีใครรู้สักคน ทำไมฉันต้องเสี่ยงให้ชื่อเสียงป่นปี้ เดินเข้าไปดูตัวเพื่อหาคนรับช่วงต่อ ทำเรื่องโง่ ๆ ที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนแต่ตัวเองก็ไม่ได้ประโยชน์ด้วย?”
พอได้ยินคำพูดนี้ พี่ชายทั้งสองของตระกูลเก่อก็ชะงักไปทันที ความสงสัยในใจลดลงกว่าครึ่ง พวกเขารู้สึกว่าเหตุผลนี้ฟังขึ้นมาก
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านที่มามุงดูก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย กระแสเริ่มเอนเอียงไปอีกทาง
“ฟังดูมีเหตุผลเหมือนกันนะ”
“ใช่ ผู้หญิงสาว ๆ ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมาก ถ้าท้องโดยไม่ตั้งใจจริง ๆ แอบไปทำแท้งก็ไม่มีใครรู้ ไม่เห็นต้องทำให้เอิกเกริกขนาดนี้เลย”
“ถ้ามองแบบนี้ หรือว่าโจวเจียเห่าเปลี่ยนใจยกเลิกงานหมั้น แล้วจงใจใส่ร้ายผู้หญิงเขาจริง ๆ?”
เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยรอบตัว โจวเจียเห่าก็มึนงงไปทั้งคน ทั้งโกรธทั้งร้อนใจ
เขาไม่เคยคิดเลยว่า ทั้งที่มีหลักฐานแน่นหนาขนาดนี้ เก่อเจินกลับใช้วาจาพลิกสถานการณ์ ต้านกระแสแล้วเปลี่ยนความเห็นของคนอื่นได้ ช่างเจ้าเล่ห์เหลือเกิน!
เขาโต้แย้งอะไรไม่ได้ จึงได้แต่หันไปมองลู่อี้หมิงที่อยู่ข้าง ๆ อย่างร้อนใจ
ลู่อี้หมิงมีสีหน้าเรียบเฉย เขารู้ว่าถึงเวลาปล่อยหมัดสุดท้าย ฉีกหน้ากากของเก่อเจินให้ขาดสะบั้น แล้วเปิดเผยความจริงให้ทุกคนรู้
