เซี่ยหยวียืนอยู่ไม่ไกล เมื่อเห็นลู่อี้หมิงกับโจวเชียนเชียนยืนเคียงข้างกันชัดๆ ความรู้สึกขมขื่นก็พลุ่งพล่านขึ้นในใจทันที
เขารีบเดินเข้าไป สายตาที่มองลงมาจากที่สูงกวาดสำรวจลู่อี้หมิงตั้งแต่หัวจรดเท้า น้ำเสียงเจือความดูแคลนและความเหนือกว่าอย่างจงใจ แต่กลับแสร้งทำเป็นพูดจาสุภาพว่า “ลู่อี้หมิง นายมาทำอะไรที่นี่ มาหางานพิเศษทำที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หรือ”
“ฉันจำได้ว่าฐานะทางบ้านนายก็ธรรมดา มาทำงานที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็พอหาเงินค่าครองชีพมาแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในแต่ละวันได้”
คำพูดนี้ฟังเผิน ๆ เหมือนทักทายด้วยความหวังดี แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยเจตนาร้าย เขาจงใจเหน็บแนมลู่อี้หมิงต่อหน้าโจวเชียนเชียนว่าเป็นคนจนกระจอก ไม่มีปัญญาซื้อคอมพิวเตอร์ ทำได้แค่มาหางานทำเลี้ยงชีพที่นี่
โจวเชียนเชียนฟังออกทันทีว่าเขากำลังประชด จึงเอ่ยปกป้องลู่อี้หมิงทันควัน “เซี่ยหยวี อย่าคิดไปเองสิ อี้หมิงไม่ได้มาหางานพิเศษ เราตั้งใจมาซื้อคอมพิวเตอร์ต่างหาก”
“มาซื้อคอมพิวเตอร์เหรอ”
เซี่ยหยวีชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหัวเราะเยาะราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ “แค่มาซื้อคอมพิวเตอร์เนี่ยนะ คอมพิวเตอร์เครื่องพื้นฐานที่สุดตอนนี้ก็ต้องเริ่มต้นที่สามสี่พันหยวนแล้ว ลู่อี้หมิง นายแน่ใจนะว่าซื้อไหว”
สายตาของเขากวาดมองเสื้อผ้าเรียบง่ายของลู่อี้หมิงอีกครั้ง ในใจไม่เชื่อเลยว่าลู่อี้หมิงซึ่งเมื่อก่อนแม้แต่น้ำแร่ขวดเดียวยังเสียดายไม่กล้าซื้อ แถมครอบครัวก็มีฐานะธรรมดา จะเอาเงินหลายพันหยวนมาซื้อคอมพิวเตอร์ได้
ลู่อี้หมิงมีสีหน้าเรียบเฉย ถามกลับอย่างไม่ใส่ใจว่า “นายก็มาซื้อคอมพิวเตอร์เหมือนกันหรือ”
เซี่ยหยวีเชิดคางขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ แล้วจงใจเน้นน้ำเสียงว่า “อืม ฉันเตรียมซื้อโน้ตบุ๊กเกมมิงระดับไฮเอนด์ ราคาเจ็ดพันกว่าหยวนเครื่องหนึ่ง”
เขาจงใจเน้นคำว่า “เจ็ดพันกว่า” เป็นพิเศษ ความรู้สึกเหนือกว่าพุ่งทะลุเพดาน ชัดเจนว่าอยากบอกโจวเชียนเชียนว่ากำลังซื้อของเขานั้นเหนือกว่าลู่อี้หมิงมาก
