อวนลอบถูกยกพ้นน้ำจนหมด ปลาตัวใหญ่หายากตัวนั้นนอนนิ่งอยู่บนดาดฟ้าเรือ
สายตาของพี่สะใภ้ทั้งสามจับจ้องไปที่ลู่อี้หมิงพร้อมกัน ทั้งตื่นเต้นทั้งคาดหวัง
แม้แต่พี่สะใภ้คนรองที่มีประสบการณ์มากกว่า เวลานี้ก็ยังไม่กล้ายืนยันเต็มร้อย ปลาปากเหลืองหายากเกินไป เธอเคยได้ยินชื่อแต่ไม่เคยเห็นตัวจริง กลัวว่าตัวเองจะจำผิด แล้วดีใจเก้อ
ทุกคนต่างรอให้ลู่อี้หมิงยืนยันเป็นครั้งสุดท้าย
ลู่อี้หมิงย่อตัวลง ใช้สองมือประคองปลาตัวใหญ่ขึ้นมา แล้วพลิกตัวปลาอีกด้านอย่างคล่องแคล่ว
แสงอ่อนโยนยามเช้าสาดลงบนเกล็ดปลา สะท้อนประกายสีทองอ่อนละเอียดละมุน ลำตัวปลาเรียวยาวและแน่น ใต้ครีบอกมีปื้นดำเป็นระเบียบสะดุดตา ลักษณะเด่นชัด แตกต่างจากปลากะพงขาวที่มีสีเงินทั่วทั้งตัวราวฟ้ากับเหว
เขาค่อย ๆ วางปลาลงในน้ำตื้นของตู้น้ำไหล สะบัดหยดน้ำบนมือพลางบอกว่า “ใช่แล้ว เป็นปลาปากเหลือง หรือเรียกอีกชื่อว่าปลาเงินตก ไม่ผิดแน่”
เมื่อได้รับคำยืนยันแน่ชัด แววตาของพี่สะใภ้ทั้งสามก็เป็นประกายขึ้นทันที ความตื่นเต้นในใจเก็บไว้ไม่อยู่ สีหน้าล้วนเต็มไปด้วยความยินดี
พี่สะใภ้สาม ซุนถิงฟาง หายใจถี่ขึ้นเล็กน้อย รีบถามต่อว่า “อี้หมิง งั้น...ราคาที่พี่สะใภ้คนรองพูดเมื่อกี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมดเหรอ ปลาตัวนี้มีค่าถึงสองแสนจริง ๆ เหรอ”
ลู่อี้หมิงพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “พี่สะใภ้คนรองไม่ได้พูดเกินจริง ปลาตัวนี้ขนาดใหญ่ สภาพดีเยี่ยม ราคาตลาดเกินสองแสนแน่นอน”
พอได้ยินเช่นนั้น พี่สะใภ้สี่ หลี่ถิง ก็ยกมือปิดปาก แทบจะร้องอุทานออกมา ส่วนพี่สะใภ้สาม ซุนถิงฟาง ยืนนิ่งอยู่นานกว่าจะเรียกสติกลับมาได้ หัวใจเต้นตึกตักไม่หยุด
เมื่อคืนพวกเธอทำงานกันทั้งคืน เดิมทีคิดว่าปลิงทะเลหลายสิบจินก็นับเป็นโชคก้อนโตแล้ว ใครจะคิดว่าปลาที่ซ่อนอยู่ก้นอวนตัวนี้ต่างหาก คือของชิ้นใหญ่ราคามหาศาลที่เป็นไฮไลต์ของการจับปลาในครั้งนี้!
ปลาตัวเดียวมีค่าเท่ากับรายได้จากการทำงานหนักของครอบครัวธรรมดานานกว่าสิบปี ช่างน่าตกตะลึงจริง ๆ
