พี่ชายทั้งสองของเก่อเจินเองก็มีสีหน้าตกตะลึง สายตาเลื่อนลอย พวกเขาไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย
มีเพียงเก่อเจินกับพ่อแม่ของเธอเท่านั้นที่มีแววตาวูบไหวด้วยความกระวนกระวาย ใบหน้าซีดลงเล็กน้อย
“พูดบ้าอะไร! ใส่ร้ายกันชัด ๆ!” แม่ของเก่อเจินได้สติก็โกรธจนด่ากราด “ลูกสาวฉันสะอาดบริสุทธิ์ เรียบร้อย ไม่เคยทำเรื่องเหลวไหล แกอย่ามาพูดป้ายสีคนอื่นที่นี่!”
เก่อเจินพลันขอบตาแดงก่ำ น้ำตาคลอ ทำท่าราวกับได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างแสนสาหัส ก่อนสะอื้นว่า “พี่...พ่อแม่ อย่าเชื่อเขานะ! เขาแค่เสียใจที่จะแต่งงานด้วย ไม่อยากรับผิดชอบ เลยจงใจแต่งเรื่องมาใส่ร้ายฉัน!”
“ไอ้เด็กเวร กล้าทำลายชื่อเสียงน้องสาวฉันแบบนี้ ฉันจะตีแกให้ตาย!”
พี่ชายทั้งสองของตระกูลเก่อโกรธจนเลือดขึ้นหน้า พุ่งเข้ามาทันที ยกมือจะทำร้ายโจวเจียเห่า
จังหวะนั้นเอง ลู่อี้หมิงขยับตัวเข้าขวางหน้าโจวเจียเห่า ยกมือสกัดการโจมตีของทั้งคู่ แล้วผลักเบา ๆ เพียงครั้งเดียวก็ทำให้ชายร่างกำยำทั้งสองถอยกรูด
ท่าทางดูเรียบง่ายไม่ใส่แรง ทว่ากลับแฝงพละกำลังมหาศาล พี่ชายทั้งสองของตระกูลเก่อเซถอยหลังไปสองก้าว ต่างตกตะลึงอยู่ในใจ
พวกเขาดูออกว่าลู่อี้หมิงมีฝีมือไม่ธรรมดา จึงไม่กล้าลงมือบุ่มบ่ามอีก ได้แต่จ้องโจวเจียเห่าเขม็ง
“มีอะไรก็ค่อย ๆ พูด การลงมือแก้ปัญหาอะไรไม่ได้” ลู่อี้หมิงพูดเสียงไม่ดัง ทว่าน้ำเสียงกลับเปี่ยมด้วยอำนาจกดดัน บรรยากาศพลันเงียบลงทันที
โจวซานถึงได้สติ รีบพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “เจียเห่า เรื่องแบบนี้พูดส่งเดชไม่ได้นะ มันเกี่ยวกับชื่อเสียงของผู้หญิงไปทั้งชีวิต ถ้าไม่มีหลักฐาน ห้ามพูดมั่วเด็ดขาด!”
