แผ่นหลังของจงเย่าเหยาแข็งเกร็งขึ้นมา กำลังจะหาเหตุผลเลี่ยงไปหลบตรงมุมห้องจัดเลี้ยง จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย
“เย่าเหยา! ไม่เจอกันนานเลยนะ” เฉิงเหราไม่รู้ว่าแทรกตัวออกมาจากฝูงชนตั้งแต่เมื่อไร ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
เขาทักทายอย่างสุภาพ “สวัสดีครับคุณลุงจง คุณป้าจง สุขสันต์วันเกิดนะครับคุณหนูจง”
“เอ๊ะ?” เฉิงเหราหันไปสบตาซางจี๋โม่ที่สีหน้าเรียบเฉย พลันชะงักไป “นี่ไม่ใช่ญา...”
จงเย่าเหยาคว้าชายแขนเสื้อเฉิงเหราไว้ทันที ตัดบทก่อนเขาจะพูดจบ “นี่คือคุณชายใหญ่ตระกูลซาง ซางจี๋โม่”
หา? ตระกูลซางกับตระกูลจงเป็นญาติกันเหรอ? เฉิงเหรายกมือขึ้นเหมือนพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เกาหัวอย่างงุนงง
แต่จงเย่าเหยากับจงมู๋เอ๋อร์เป็นพี่น้องต่างมารดา บางทีอาจเป็นญาติห่าง ๆ ทางฝั่งครอบครัวแม่ของจงเย่าเหยาก็ได้
ช่างเถอะ คิดไม่ออก ความสัมพันธ์ในหมู่ญาติแบบนี้ซับซ้อนเกินไป เฉิงเหราไม่คิดต่ออีก ก่อนพยักหน้าให้ซางจี๋โม่อย่างเป็นธรรมชาติ
เรียกเย่าเหยาเสียสนิทสนมเชียว
ไม่เหมือนเขาที่ทำตัวเหมือนคนโง่ เพราะจำคนผิด ถึงได้คบหากันมาตั้งนานแล้วยังไม่รู้แม้แต่ชื่อของจงเย่าเหยา
ซางจี๋โม่มองชายแขนเสื้อที่จงเย่าเหยาคว้าไว้ ข้อนิ้วที่จับแก้วแชมเปญพลันซีดขาวขึ้นเล็กน้อย
พ่อจงมองซางจี๋โม่ที เฉิงเหราทีด้วยรอยยิ้ม ถ้าตระกูลจงได้ผูกสัมพันธ์ทางการแต่งงานกับทั้งตระกูลซางและตระกูลเฉิง แล้วจะต้องกังวลเรื่องความก้าวหน้าของตระกูลในวันหน้าไปทำไม
