จงเย่าเหยาพูดพลางลูบสร้อยหยกที่คอเบา ๆ สีเขียวมรกตแวววาวเปล่งประกายอย่างนุ่มนวล
“เมื่อก่อนฉันอิจฉาพี่มากเลยนะ พ่อกับแม่ซื้อเครื่องประดับใหม่ ๆ ให้พี่ตลอด”
เธอแสร้งถอนหายใจ “เฮ้อ แต่ตอนนี้ที่บ้านมีปัญหา คงต้องประหยัดกันหน่อยจริง ๆ”
จงมู๋เอ๋อร์กัดฟันแน่น แววตาอาฆาต แทบอยากฟาดกระเป๋าถือใส่หน้าจงเย่าเหยา
ช่วงนี้เธอต้องเผชิญความอัปยศอดสูอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน
【มู๋เอ๋อร์ ได้ยินว่าเธอกับคุณซางยกเลิกการหมั้นแล้วเหรอ? กะทันหันจัง】
【ทางนั้นชี้แจงแล้วว่าไม่ได้หมั้นกัน แค่ข่าวลือ ฉันก็ว่าอยู่ ยุคนี้แล้วยังจะหมั้นหมายกันตั้งแต่เด็กอีก ใครเขาจะถือเป็นเรื่องจริงกัน】
【โธ่ คุณซางใจแข็งเกินไปแล้ว ก่อนหน้านี้มู๋เอ๋อร์ยังตั้งตารอ คิดถึงเรื่องหมั้นกับเขาทุกวันแท้ ๆ】
เมื่อเห็นข้อความที่ทั้งเห็นใจและเยาะเย้ยจากเพื่อน ๆ จงมู๋เอ๋อร์ก็ขว้างโทรศัพท์ลงพื้นอย่างแรง
คนพวกนี้ ก่อนหน้านี้ไม่นานยังแย่งกันประจบเธออยู่เลย พอเห็นว่าเธอไม่มีคู่หมั้นแล้ว ก็พากันเข้ามาซ้ำเติม
“เป็นบ้าอะไรอีก” พ่อจงโยนบัตรเชิญใบหนึ่งลงตรงหน้าเธออย่างเย็นชา
นับตั้งแต่ตระกูลซางออกแถลงการณ์ ลูกสาวคนโตก็เอาแต่ร้องไห้โวยวายอยู่บ้านทุกวัน ความรักความเอ็นดูในฐานะพ่อที่เขามีอยู่น้อยนิดหมดลงไปนานแล้ว
“อีกห้าวันเป็นงานขึ้นบ้านใหม่ของคุณนายโจว แต่งตัวให้ดีแล้วไปร่วมงาน”
เมื่อไม่มีทางเป็นไปได้กับซางจี๋โม่แล้ว เขาก็ต้องหาคู่แต่งงานใหม่ให้ตระกูลจง... ส่วนตระกูลเฉิง ช่วงนี้จงเย่าเหยายิ่งไม่เชื่อฟังขึ้นทุกที พอเอาแต่ใจขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าจะแต่งเชื่อมสัมพันธ์หรือก่อศัตรูกันแน่
