ซางจี๋โม่ คุณชายใหญ่ตระกูลซาง พระเอกของเรื่อง และบุคคลศูนย์กลางของโลกใบนี้
งานเลี้ยงเล็ก ๆ เขาอยากไปก็ไปได้ทันที
แต่จงเย่าเหยาซึ่งเป็นเพียงตัวประกอบหญิงธรรมดากลับไปไหนไม่ได้
“ตรงนี้คนเยอะจนยืนไม่ไหวแล้ว” ระบบเห็นใจ “ฉันบอกแล้วว่าคุณอยู่ในห้องจัดเลี้ยงน่าจะดีกว่า”
“เฉิงเหราพูดมากเกินไป” จงเย่าเหยาบ่น “แถมพ่อฉันยังทำตัวเหมือนแม่เล้า น่ารำคาญจะตาย”
เมื่อเห็นซางจี๋โม่จากไป จงเย่าเหยาจึงอาศัยจังหวะนี้หลบออกไปที่ระเบียงอีกครั้ง ตั้งใจจะอู้งานจนกว่างานเลี้ยงจะจบ
แต่น่าเสียดาย เธอกลับถูกจงมู๋เอ๋อร์ดักอยู่บนระเบียงอีกแล้ว
ระเบียงนี่เป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาหรือไง? จงเย่าเหยาฝืนยิ้มพลางถามว่า “พี่ไม่ไปต้อนรับแขก แต่มาหาฉันที่ระเบียงโดยเฉพาะ มีธุระอะไรเหรอคะ?”
“ตอนนี้เธอคงสะใจมากสินะ” จงมู๋เอ๋อร์เดินเข้ามาทีละก้าว ส้นรองเท้ากระทบพื้นหินดังแว่วใส
“ฉันเห็นซางจี๋โม่มาหาเธอที่ระเบียง เขาคงบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าระหว่างฉันกับเขาไม่มีสัญญาหมั้นหมายอะไรกันแล้ว”
แววประหลาดใจวูบผ่านดวงตาจงเย่าเหยา จงมู๋เอ๋อร์รู้แล้วหรือ?
จงเย่าเหยาเอียงศีรษะ “ถ้าอย่างนั้นพี่จะมาเอาเรื่องฉันก็ไม่ถูกนะคะ พ่อแม่พี่ต่างหากที่ปิดบังพี่มาตลอด”
“ฉันเองก็เป็นเหยื่อเหมือนกันนะ”
ใบหน้าจงมู๋เอ๋อร์ซีดเผือดไปชั่วขณะ “เพราะอย่างนั้นเธอถึงได้ปลอมตัวเป็นฉันหลอกคนอื่น ต่อให้ไม่มีสัญญาหมั้นหมาย ถ้าพ่อรู้ว่าเธอทำเรื่องน่าอับอายแบบนี้ เขาไม่มีทางปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่”
“พี่นี่ไม่รู้จักโตเลยนะ อายุเท่าไรแล้ว ยังจะฟ้องผู้ปกครองอีก” จงเย่าเหยาหลุดหัวเราะออกมา เธอเท้าเอวแล้วกวาดตามองจงมู๋เอ๋อร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนเอ่ยอย่างดูแคลน
“ไม่มีใครห้ามพี่สักหน่อย ไปฟ้องสิ”
คุณนายจงรักและทะนุถนอมลูกสาวมาก หากรู้ว่าซางจี๋โม่ไปพัวพันกับลูกนอกสมรสอย่างเธอเข้า คงห้ามลูกสาวไม่ให้ไปข้องเกี่ยวกับซางจี๋โม่
ส่วนพ่อจงแม้จะให้ความสำคัญกับจงมู๋เอ๋อร์มากกว่า แต่เขาไม่มีทางปล่อยโอกาสแต่งดองกับตระกูลซางให้หลุดมือ ขอเพียงได้เกี่ยวดองกับตระกูลซาง เขาก็ไม่สนหรอกว่าลูกสาวคนไหน
