ซางจี๋โม่พลันสีหน้าเย็นชาลงอย่างสิ้นเชิง
“ผมคิดว่าพูดชัดเจนแล้วนะครับ ระหว่างเราไม่เคยมีสัญญาหมั้นหมายกันเลย เป็นพวกคุณตระกูลจงต่างหากที่เที่ยวป่าวประกาศไปทั่ว แล้วฉวยโอกาสหาผลประโยชน์โดยอ้างความสัมพันธ์ทางการแต่งงาน”
“การชี้แจงเป็นสิทธิ์ของผม ไม่เกี่ยวกับคนอื่น”
จงมู๋เอ๋อร์อารมณ์พลุ่งพล่าน “แต่ก่อนหน้านี้ก็ยังดี ๆ อยู่ไม่ใช่เหรอ ข่าวลือเรื่องสัญญาหมั้นหมายก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับคุณ ทำไมต้องตัดขาดกันให้ได้ด้วย!”
ซางจี๋โม่หัวเราะเยาะ “ตอนนี้แค่ผมออกไปปฏิเสธให้ชัดเจน ก็ไม่ต้องรบกวนคุณหนูจงแล้วครับ”
ทั้งตัวเปียกโชกเพราะโดนฝน แถมยังต้องมาเผชิญหน้ากับจงมู๋เอ๋อร์ที่ไม่ยอมฟังคำพูด เขายิ่งหมดความอดทน
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาจำคนผิดและโดนจงเย่าเหยาหลอก จนทั้งคู่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ดูไร้คุณธรรมต่อหน้าจงมู๋เอ๋อร์ เขาก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งเถียงกับเธอเลย
ซางจี๋โม่ไม่ได้ใส่ใจชื่อเสียงของตัวเอง แต่ข่าวลือมักจะเล่นงานผู้หญิงอย่างโหดร้ายกว่าเสมอ การเป็นประธานหนุ่มผู้หยิ่งยโสไม่เห็นหัวใครนั้นสะใจก็จริง แต่ถ้าทำให้จงมู๋เอ๋อร์โมโหจนปล่อยข่าวที่ไม่เป็นผลดีกับจงเย่าเหยาออกมา คงไม่ดีแน่
“คุณปู่ยังคำนึงถึงมิตรภาพระหว่างท่านกับคุณปู่จงอยู่ ผมเองก็ไม่อยากทำให้เรื่องบานปลายจนจบไม่สวย”
“ให้ทั้งสองครอบครัวออกแถลงการณ์ชี้แจงพร้อมกัน ต่อไปผมก็จะไม่เอาเรื่องที่ตระกูลจงทำลายชื่อเสียงผมอีก”
จงมู๋เอ๋อร์หน้าซีดเผือด ยังคิดจะแก้ตัว “ไม่ใช่นะคะ...”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้แล้ว ซางจี๋โม่ก็ไม่สนใจเธออีก เขาเข้าห้องแล้วปิดประตู
……
หลังอาบน้ำอุ่น เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าหลวมสบาย จงเย่าเหยาก็รู้สึกเหมือนได้ชีวิตคืนมา
