จงเย่าเหยากำลังหดหู่ใจอยู่พอดี แขกรับเชิญคนอื่น ๆ ก็ทยอยเดินทางมาถึงบ้านพัก
“อาจารย์ซาง ผมเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณเลยครับ!” ถังหลวนเดินเข้าไปจับมือซางจี๋โม่ด้วยความตื่นเต้น
“ผมพาครอบครัวไปดูหนังเรื่องใหม่ของคุณที่โรงหนังหลายรอบเลยครับ ดูกี่ครั้งก็ยังรู้สึกทึ่งเหมือนเดิม”
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ ทุกครั้งที่ดูคุณแสดง ฉันจะอินไปกับเรื่องราวจนลืมตัวเลย” ป๋อเสวี่ยอี๋มองเขาด้วยแววตาเลื่อมใส ใบหน้างดงามผุดผาดแต้มสีแดงระเรื่อ “คุณเป็นแบบอย่างในใจฉันมาตลอดค่ะ”
อู๋หมิงเซวียน รวมถึงแขกรับเชิญหญิงอีกสองคนอย่างเว่ยหว่านหว่านกับซินอวิ๋นหนิง ต่างก็เอ่ยถ้อยคำหรูหราแสดงความประหลาดใจและยินดีที่ได้มาร่วมรายการหาคู่กับซางจี๋โม่
ไม่ว่าพวกเขาจะพูดจริงหรือแสดง จงเย่าเหยาก็รู้สึกว่าตัวเองก่อนหน้านี้ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
เมื่อเทียบกันแล้ว “ความชอบ” ที่เธอมีต่อซางจี๋โม่ดูผิวเผินและปลอมที่สุด
“โฮสต์ทุ่มเทกับงานเกินไปแล้ว” ระบบเอ่ยชม “พอรายการออกอากาศ ทุกคนก็จะเห็นเองว่าโฮสต์ไม่ได้ชอบพระเอกเลยสักนิด แต่ยังหน้าด้านตามตื๊อเขาอยู่ดี รับรองโดนชาวเน็ตด่าจนเละ”
จงเย่าเหยา “……”
ให้ตายสิ พวกคุณจะมาโชว์ฝีมือการแสดงอะไรกันในรายการหาคู่เนี่ย!
เมื่อแขกรับเชิญมาครบแล้ว ผู้กำกับลู่เหนียนก็ถือไมโครโฟนเดินขึ้นมา “ยินดีต้อนรับทุกคนสู่รายการ ‘นัดหมายใจเต้น’ ตลอดหนึ่งเดือนข้างหน้า ทุกคนจะใช้ชีวิตร่วมกันในวิลล่าหลังนี้ และเริ่มต้นการเดินทางตามหาความรักของตัวเอง ทุกคนตั้งตารอกันไหมครับ?”
