“หมอเทวดาเฉิน เมื่อครู่ผมเหมือนได้ยินใครพูดว่าคุณเคยติดคุกหรือ?” หลงเทียนเจิ้งถือแก้วเหล้าเอาไว้ แล้วถามขึ้นราวกับไม่ใส่ใจ
คำพูดประโยคเดียวของเขาทำให้บรรยากาศแข็งค้างทันที ลั่วเชียนหนิงขมวดคิ้วเรียวงาม แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
จี้จื่อเย่ส่งสายตาเตือนหลงเทียนเจิ้งไม่หยุด แต่อีกฝ่ายกลับทำเป็นมองไม่เห็น
ตรงกันข้าม สวี่ปินกลับกลั้นหัวเราะอยู่ข้าง ๆ ไม่ไหว
คราวนี้มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว
“อืม” เฉินฝานพยักหน้า ไม่ปิดบังคำถามของหลงเทียนเจิ้ง
“ทำไมถึงติดคุกล่ะ เล่าให้ฟังได้ไหม?” หลงเทียนเจิ้งถามต่อด้วยความสงสัย
“มีไอ้สารเลวแซ่หานคนหนึ่งลวนลามน้องสาวผม ผมโมโหเลยลงมือ สุดท้ายก็ถูกจับเข้าคุก” เฉินฝานตอบตามตรง
แม้เขาจะไม่ได้เอ่ยชื่ออีกฝ่ายชัด ๆ แต่พอได้ยินว่าเป็นคนแซ่หาน ประกอบกับเรื่องขัดแย้งกันนอกคฤหาสน์เมื่อครู่ ทุกคนก็รู้ว่าคนคนนั้นคือหานเกินซั่ว
“มีพี่ชายที่รับผิดชอบแบบคุณ น้องสาวคุณคงมีความสุขมากจริง ๆ” จี้จื่อเย่พูดอย่างสะเทือนใจ ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้
“นี่เรียกว่ารับผิดชอบเหรอ? เรียกว่าโง่ต่างหาก!” หลงเทียนเจิ้งทำหน้าเหยียดหยาม ก่อนพูดต่อ “คนฉลาดจะคิดให้รอบคอบก่อนลงมือ อย่างแรกต้องรู้ว่าตัวเองมีความสามารถแค่ไหน ไม่ใช่ทำตัวเป็นคนบ้าบิ่น วู่วามทำอะไรไม่คิด เข้าใจไหม?”
หลงเทียนเจิ้งดูเหมือนกำลังโต้แย้งจี้จื่อเย่ แต่เห็นได้ชัดว่ากำลังด่าเฉินฝานว่าแข็งแรงแต่ไร้สมอง
“รองผู้บัญชาการหลง ถ้าน้องสาวหรือคนในครอบครัวของคุณเจอเรื่องแบบนี้ คุณจะทำอย่างไรครับ? ปล่อยไว้ไม่สนใจหรือ?” เฉินฝานถาม
