“มองอะไรอยู่เหรอ? เครื่องสำอางบนหน้าฉันเลอะหรือเปล่า?” ลั่วเชียนหนิงสังเกตเห็นว่าเฉินฝานจ้องเธอไม่วางตา จึงถามอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“เปล่า ๆ...” เฉินฝานรีบเบือนสายตากลับมาด้วยความเขินอาย
“หึ ๆ อย่าบอกนะว่าคางคกอย่างนายคิดจะกินเนื้อหงส์? เมื่อกี้ฉันเห็นน้ำลายแทบจะไหลย้อยจากมุมปากลงพื้นอยู่แล้ว”
“ฉันขอเตือนนะ อย่าคิดไม่ซื่อกับคุณหนูของฉันเด็ดขาด!”
“นายไม่คู่ควร เข้าใจไหม?”
หลี่เจาเจาพูดกับเฉินฝานอย่างไม่ไว้หน้า
“คู่ควรหรือไม่ใช่เรื่องที่เธอตัดสินได้หรือไง? แต่เธอคิดมากไปเองจริง ๆ ฉันแค่สงสัยว่าคุณหนูลั่วกินของกินเล่นพวกนี้ได้ด้วยเหรอ” เฉินฝานอธิบาย แต่ก็ไม่ได้พูดจาดีกับหลี่เจาเจาเช่นกัน
เขาเป็นถึงผู้สืบทอดของมหายุทธ์สูงสุดแห่งวิถีเซียน จะมีผู้หญิงคนไหนที่เขาไม่คู่ควรด้วย?
ท่าทีวางอำนาจของหลี่เจาเจาทำให้เฉินฝานหงุดหงิดไม่น้อย
การอดทนกล้ำกลืนไม่ใช่นิสัยของเฉินฝาน
“หึ ๆ แก้ตัวน้ำขุ่น ๆ ผู้ชายอย่างพวกนายคิดอะไรอยู่ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้!” หลี่เจาเจาไม่เชื่อคำพูดเหลวไหลของเฉินฝานแม้แต่น้อย
เฉินฝานขมวดคิ้ว เขาอยากสั่งสอนสาวใช้ตัวน้อยจอมไร้เหตุผลคนนี้ให้รู้สำนึกเสียหน่อย
แต่ยังไม่ทันได้ลงมือ ก็ได้ยินลั่วเชียนหนิงตวาดเสียงเย็นว่า “เสี่ยวเจา! เธอเสียมารยาทเกินไปแล้ว รีบขอโทษหมอเฉินเดี๋ยวนี้!”
“คุณหนู ทำไมฉันต้องขอโทษเขาด้วย? เขาคิดอะไรกับคุณหนูชัด ๆ...”
หลี่เจาเจายังพูดไม่ทันจบ ลั่วเชียนหนิงก็ย้ำอีกครั้งว่า “หุบปาก! ฉันสั่งให้เธอขอโทษ!”
“ฉัน...” หลี่เจาเจาทำหน้าไม่ยอม แต่เมื่อเจอสายตาหนักแน่นของลั่วเชียนหนิง ก็ได้แต่ทำตามคำสั่ง
