“ท่านอู่ซื่อชาง นี่ท่านกำลังทำอะไรครับ?”
ลูกน้องหลายคนเห็นท่านอู่คุกเข่าอยู่กับพื้น สมองพลันตื้อไปชั่วขณะ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เพราะในใจพวกเขา ท่านอู่คือผู้แข็งแกร่งที่สุด!
อย่าว่าแต่คนในเมืองฮวาเลย ต่อให้เป็นทั่วทั้งเจียงหนาน ก็มีไม่กี่คนที่กล้าแหย่หนวดท่านอู่
ส่วนเรื่องที่เฉินฝาน ‘กุขึ้นมา’ ว่าท่านอู่ถูกซ้อมในคุก พวกเขาคิดว่าเป็นแค่คำพูดเหลวไหลทั้งนั้น
ใครจะคิดว่าท่านอู่จะมีปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนี้
“หุบปาก! เรื่องที่ไม่ควรถามก็อย่าถาม คุกเข่าลงให้หมด! ไม่อย่างนั้น ฉันจะส่งพวกแกไปตายเดี๋ยวนี้!” ท่านอู่ตวาดอย่างเกรี้ยวกราด
เขาไม่มีเวลามาอธิบายให้ลูกน้องพวกนี้ฟัง เพราะท่านอู่รู้ดีเกินไปว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรหากเฉินฝานโมโห!
ไม่มีใครรับมือไหว
ลูกน้องหลายคนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของท่านอู่ จึงได้แต่คุกเข่าลงอย่างว่าง่าย
หวังหมางมองท่านอู่ที่คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าเหม่อลอย ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ทั้งตัวแข็งค้างอยู่กับที่จนทำอะไรไม่ถูก
ทันใดนั้น หวังหมางก็รู้สึกเจ็บที่ขาทั้งสองข้าง บริเวณหลังหัวเข่าถูกโจมตีอย่างหนัก จนเขาคุกเข่าลงไปเองโดยไม่อาจควบคุม
“แกโง่หรือไง? ยังจะหาเรื่องให้ท่านผู้สูงส่งโกรธอีก ต้องให้เขาเอาชีวิตหมา ๆ ของแกไปก่อนถึงจะพอใจหรือไง?” ท่านอู่เตะหวังหมางหนึ่งทีแล้วกล่าวเสียงเย็นชา
หวังหมางถึงได้สติ รีบโขกศีรษะขอขมาเฉินฝานอย่างบ้าคลั่ง “ท่านผู้สูงส่งโปรดระงับโทสะ ท่านผู้สูงส่งโปรดระงับโทสะ...”
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำเรียกนี้หมายถึงอะไร รู้เพียงว่าคนที่แม้แต่ท่านอู่ยังต้องคุกเข่ากราบไหว้ แก๊งอสรพิษเล็ก ๆ ไปหาเรื่องเฉินฝานเข้า ก็เท่ากับรนหาที่ตายชัด ๆ
