“คนใกล้ตาย? พี่หมายถึงหานเกินซั่วเหรอ?” เฉินอี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนอดถามไม่ได้
“ใช่” เฉินฝานเคาะนิ้วกับเก้าอี้เบา ๆ น้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องเล็กน้อย
แต่คำพูดของเขากลับทำให้เฉินอี๋ตกใจจนหน้าซีด
“พี่ อย่าบุ่มบ่ามเด็ดขาดนะ! ตอนนี้ตระกูลหานมีอิทธิพลมากในเมืองฮวา! ฉันได้ยินมาว่า นอกจากตระกูลจ้าว ตระกูลหวัง แล้วก็อู๋เหยียผู้ลึกลับอีกคน ไม่มีใครสู้ตระกูลหานได้เลย!”
“เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ลืมมันไปเถอะ พวกเราสู้ตระกูลหานไม่ได้ พี่อย่าคิดไปแก้แค้นหานเกินซั่วเด็ดขาดนะ”
“ฉันขอร้องล่ะ ฉันกับพ่อแม่ไม่อยากเสียพี่ไปอีกแล้ว”
เฉินอี๋ร้อนใจจนแทบร้องไห้
เฉินฝานตบไหล่น้องสาวเบา ๆ พลางปลอบ “เสี่ยวอี ไม่ต้องห่วง พี่ไม่เป็นไรหรอก พรุ่งนี้พอจัดการธุระเสร็จ พี่จะพาพวกเธอไปบ้านใหม่”
“หา? บ้านใหม่อะไร?” เฉินอี๋ถามอย่างสงสัย แต่ไม่นานก็วกกลับเข้าเรื่องเดิม “พี่ อย่าเปลี่ยนเรื่องสิ ฉันกำลังพูดเรื่องหานเกินซั่วอยู่ พวกเราอย่าไปหาเรื่องเขาเลยนะ ได้ไหม?”
“ได้” เฉินฝานพยักหน้า
เฉินอี๋ชะงักไปเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าเฉินฝานจะตอบรับง่ายดายขนาดนี้
“พี่ไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม?” เฉินอี๋ถามอย่างกังขา
“แน่นอนว่าไม่ได้หลอก ฟ้ามืดแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ” เห็นน้องสาวเป็นห่วงขนาดนี้ เฉินฝานจึงไม่อยากพูดอะไรต่อ ถึงอย่างไรพรุ่งนี้ทุกอย่างก็จะกระจ่างเอง
แค้นนี้ไม่มีทางปล่อยผ่านแน่!
