หันกลับมามองน้องสาวที่เธอเคยดูแคลนมาตลอดอย่างหมิงเหยา กลับรักใคร่กลมเกลียวกับฟางฉงจิ่นผู้เป็นสามี ชีวิตคู่ประสานราวพิณกับสายซึง
แต่งงานกันมาสิบปี แม้หมิงเหยาจะยังไม่มีลูกสักคน ฟางฉงจิ่นผู้เป็นสามีก็ยังรักและตามใจเธอ ไม่เคยพูดจารุนแรงใส่แม้แต่คำเดียว
ที่สำคัญกว่านั้นคือความสามารถของฟางฉงจิ่น
เพียงสิบปีสั้น ๆ เขาก็เลื่อนจากเจ้าหน้าที่ตัวเล็ก ๆ ธรรมดาคนหนึ่ง ขึ้นเป็นข้าราชการใหญ่ผู้ปกครองพื้นที่ จนทำให้หมิงเหยากลายเป็น “นายหญิง” อย่างแท้จริง!
“ไม่มีเหรอ?” ถ้าอย่างนั้นแล้วเธอจะถอนหมั้นไปทำไม? เสิ่นสิงอวิ๋นขมวดคิ้ว
แต่พอเห็นหมิงฮุ่ยเชิดคอ ทำท่าทางยืนกรานว่าจะถอนหมั้นให้ได้ เขาก็โบกมือ
“เอาเถอะ ๆ ลูกมีความคิดของตัวเอง เรื่องแต่งงานลูกก็จัดการเอง ถ้าลูกยืนยันจะถอนหมั้น รู้สึกว่าอยู่กับจิ่งชวนต่อไปไม่ได้ ก็ถอนเถอะ! แต่ว่า...”
เสิ่นสิงอวิ๋นถามหมิงฮุ่ยว่า “เรื่องถอนหมั้น ลูกบอกคุณตาคุณยายหรือยัง?”
หมิงฮุ่ยชะงักไป เธอลืมบอกคุณตาคุณยายจริง ๆ ด้วย!
หลายคืนมานี้ เธอฝันเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เป็นพัก ๆ ตอนแรกไม่ได้ใส่ใจ จนกระทั่งวันนี้ เหตุการณ์ในชีวิตจริงตรงกับความฝันเมื่อหลายวันก่อน เธอถึงได้เริ่มร้อนใจ
ยังไม่ทันเลิกงาน เธอก็โทรศัพท์กลับบ้านไปถามว่าวันนี้หมิงเหยาจะกลับมาหรือเปล่า
ถ้ากลับมา เธอก็จะกลับไปด้วยสักรอบ
หลังวางสาย เธอเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเมื่อครู่ถึงทำแบบนั้น
บางทีชีวิตของตัวเองในฝันกับชีวิตของหมิงเหยาอาจแตกต่างกันเกินไป เธอถึงได้รู้สึกไม่ยอมรับ
เธออยากรู้ว่าน้องสาวที่ดูด้อยกว่าเธอทุกอย่าง ทำไมหลังแต่งงานถึงใช้ชีวิตได้ดีขนาดนั้น?
เพราะอย่างนี้ ตั้งแต่ก้าวเข้าบ้านมา เธอจึงคอยจับตามองหมิงเหยาอยู่ตลอด พอสังเกตอยู่นาน หมิงฮุ่ยก็พบว่าหมิงเหยาก็ยังเป็นหมิงเหยาคนเดิม ไม่ต่างจากที่เธอจำได้
— เกียจคร้าน ไม่กระตือรือร้น
ด้อยกว่าเธอมาก!
หมิงฮุ่ยไม่เข้าใจว่าทำไมคนอย่างหมิงเหยาถึงมีชีวิตหลังแต่งงานที่ดีได้ ขณะที่ชีวิตของตัวเองกลับยุ่งเหยิงไปหมด
คิดไปคิดมา หมิงฮุ่ยก็พบว่าปัญหาอยู่ที่ผู้ชาย!
ดังนั้นเธอจึงจะถอนหมั้นกับลู่จิ่งชวน แล้วไปอยู่กับฟางฉงจิ่น
ส่วนหมิงเหยาก็ให้แต่งกับลู่จิ่งชวน
ตระกูลลู่มีฐานะสูงส่ง ลู่จิ่งชวนเองก็เป็นคนเก่งโดดเด่น หมิงเหยาได้แต่งเข้าตระกูลลู่ นับเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งสำหรับเธอ แบบนี้เธอก็ไม่ถือว่าทำผิดต่อหมิงเหยา
เพราะอย่างนั้น ตอนที่พ่อถามว่าเธอมาหาน้องสาวมีธุระอะไร เธอจึงพูดก่อนเลยว่าตัวเองอยากถอนหมั้นกับลู่จิ่งชวน
“ยังไม่ได้บอกเหรอ?” เสิ่นสิงอวิ๋นมองออกทันทีว่าหมิงฮุ่ยอึดอัดใจ จึงเข้าใจเรื่องราวในใจ
“ถ้าอย่างนั้นหาเวลาบอกคุณตาคุณยายด้วย งานแต่งเป็นคุณตาที่จัดการให้ลูก ถ้าจะถอนหมั้น อย่างน้อยก็ต้องบอกท่านทั้งสองก่อน และต้องได้รับความเห็นชอบจากพวกท่านด้วย”
เสิ่นสิงอวิ๋นกล่าว
“ไม่อย่างนั้นลูกถอนหมั้นกะทันหัน คุณตาคุณยายก็ลำบากใจเหมือนกัน” แล้วจะกระทบความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูล
ยิ่งตระกูลลู่เจริญก้าวหน้าไปไกลกว่าตระกูลซุนมาก ในเมื่อทางตระกูลซุนยังต้องพึ่งพาให้ตระกูลลู่ช่วยเหลือ เรื่องถอนหมั้นนี้ก็ยิ่งต้องคิดให้รอบคอบ
เสิ่นสิงอวิ๋นอธิบายข้อดีข้อเสียของเรื่องนี้ให้หมิงฮุ่ยฟัง ส่วนหมิงเหยาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็หาวไปพลาง ฟังอย่างเบื่อหน่ายไปพลาง
ท่าทางเกียจคร้าน ดูไม่ค่อยใส่ใจนัก
เธอไม่ใส่ใจจริง ๆ เรื่องของหมิงฮุ่ยก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องใส่ใจ
หมิงเหยาหาวอีกครั้ง เมื่อคืนตรวจข้อสอบจนดึก ตอนนี้เธอง่วงมากจริง ๆ
เธอขัดบทสนทนาระหว่างเสิ่นสิงอวิ๋นกับหมิงฮุ่ย “พ่อ พี่คะ ถ้ามีอะไรค่อยคุยกันทีหลัง หนูแค่อยากถามว่าพี่ยังมีธุระอะไรกับหนูอีกไหม?”
“ถ้าไม่มีแล้ว หนูอยากขึ้นไปนอนข้างบนก่อน” พูดจบเธอก็ลุกขึ้น ทำท่าจะเดินออกไป
