สวี่หนิงอันรู้สึกสงสัย จึงเอ่ยถามว่า “สหายเต๋า ข้าววิญญาณของท่านมีพันธุ์ใดบ้าง?”
เจ้าของแผงกำลังนั่งสมาธิอยู่ ครั้นได้ยินคำถามก็ลืมตาขึ้นช้า ๆ พลางมองสวี่หนิงอัน
อีกฝ่ายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรวัยกลางคน ขณะสวี่หนิงอันสบตาเขา ก็พบว่าดวงตาทั้งสองข้างของอีกฝ่ายมีแสงเรืองรอง
ความรู้สึกประหนึ่งถูกมองทะลุผุดขึ้นในใจ เขาอดคาดเดาไม่ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังใช้วิชาอะไรอยู่หรือไม่
ยังไม่ทันได้ถามอะไร เจ้าของแผงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ว่า
“นี่คือข้าวจิงเขียว ให้ผลผลิตมากกว่าข้าววิญญาณทั่วไปอยู่บ้าง ทั้งยังมีปราณวิญญาณมากกว่าเล็กน้อย”
กล่าวจบ เขาก็เตรียมหลับตาลงเพื่อพักผ่อนต่อ สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหลอมปราณชั้นหนึ่ง เขาไม่อยากพูดด้วยให้มากความ
สวี่หนิงอันพยักหน้าเข้าใจ เมื่อเห็นเจ้าของแผงกำลังจะนั่งสมาธิต่อ ก็รีบเอ่ยขึ้นว่า
“ข้าต้องการซื้อเมล็ดพืชสมุนไพรวิญญาณธาตุน้ำ ไม่ทราบว่าท่านมีหรือไม่?”
แววตาของผู้บำเพ็ญเพียรไหววูบ สีหน้าฉายความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะดูเป็นมิตรขึ้นหลายส่วนขณะกล่าวว่า
“เมล็ดสมุนไพรวิญญาณธาตุน้ำไม่มี แต่ข้ามีเมล็ดหญ้าหัวใจน้ำแข็งธาตุน้ำแข็งระดับหนึ่งขั้นสูง”
ระหว่างพูด เขาหยิบขวดหยกออกมา เทเมล็ดพืชกึ่งโปร่งแสงขนาดเท่าเมล็ดถั่วเหลืองห้าเมล็ดลงบนแผง
สวี่หนิงอันอยากซื้อเมล็ดสมุนไพรวิญญาณธาตุน้ำ เพราะรากวิญญาณธาตุน้ำของเขาโดดเด่นที่สุด
หากมีสมุนไพรวิญญาณธาตุน้ำช่วยเสริม ย่อมดีกว่าธาตุไม้แน่นอน
ครั้นได้ยินว่าอีกฝ่ายมีเมล็ดสมุนไพรวิญญาณธาตุน้ำแข็ง เขาก็ยินดีขึ้นมาไม่น้อย
