"ฮ่า ๆ"
หลินโม่ยิ้มขมขื่น ไม่รู้จะพูดอะไร
"แต่ว่าอาการบาดเจ็บของเจ้าฟื้นตัวเร็วกว่าที่ข้าคาดไว้"
ระหว่างพูด หงเยว่ก็บิดเอวกิ่วดั่งนางพญาอสรพิษมาถึงข้างเตียง
นิ้วมือเรียวงามดั่งหยกทาบทับ ค่อย ๆ เชยคางของหลินโม่ขึ้น
ดวงตาสีแดงเข้มจ้องมองใบหน้าที่ผ่านร้อนผ่านหนาวของหลินโม่ด้วยความสงสัยใคร่รู้ "อืม... มองเช่นนี้ก็ดูไม่ออกว่าเพราะเหตุใด"
"ข้าให้เจ้าทานโอสถชำระวิญญาณ แม้จะมีสรรพคุณรักษาอาการบาดเจ็บภายใน แต่ก็ไม่อาจให้ผลถึงเพียงนี้ได้ ช่างน่าประหลาดนัก"
สิ่งที่หงเยว่ประหลาดใจไม่ใช่แค่อาการฟื้นตัวของหลินโม่ที่เกินความคาดหมาย
ที่ประหลาดยิ่งกว่าคือ นางกลับรู้สึกว่าใบหน้าที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและเต็มไปด้วยร่องรอยกาลเวลาของหลินโม่นี้ช่างดึงดูดใจเหลือเกิน
ครั้งก่อนที่วังม่วงสวรรค์ หงเยว่ยังคิดว่าเป็นภาพลวงตาจากความโดดเดี่ยวของตน
แต่เมื่อได้จ้องมองใบหน้าแก่ชราของหลินโม่อย่างใกล้ชิด นางถึงมั่นใจ
นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา
"เจ้าทาสน้อย บอกข้าสิว่าเป็นเพราะอะไร" หงเยว่ถาม
"เรียนผู้อาวุโสใหญ่ บางทีข้าแค่ยังไม่ถึงฆาต" หลินโม่หาข้ออ้างมาปัดไปเรื่อยเปื่อย
เมื่อเห็นแววตาหยาดเยิ้มดั่งจิ้งจอกของผู้อาวุโสใหญ่หงเยว่
เขาไม่กล้าให้นางรู้ว่าตนคือร่างเซียนหยางบริสุทธิ์
หากถูกหงเยว่จับไปเป็นเตาหลอม จะไม่คุ้มเสียเปล่า
