นอกระเบียงแกะสลักของหอเซียงหม่านโหลว มีศีรษะกลมป้อมโผล่ออกมาอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ
จินไป๋อวี้โก่งก้น มือเกาะขอบประตู แอบชะโงกมองเข้าไปในห้องส่วนตัว ทันทีที่เห็นภาพด้านใน เขาก็ถึงกับตะลึงงัน
อะไรกันเนี่ย?!
ท่านหญิงหยวนฝูกำลังร่วมโต๊ะกินอาหารกับบุรุษแปลกหน้าหรือนี่!
ข้างกายยังมีสองพี่น้องเซียวฉางเล่อกับเซียวเว่ยหยางนั่งอยู่ด้วย ทั้งสี่คนนั่งล้อมโต๊ะ บรรยากาศกลับกลมกลืนอย่างน่าประหลาด
จินไป๋อวี้เริ่มจินตนาการเรื่องราววุ่นวายขึ้นในหัวอย่างบ้าคลั่ง
หลายวันก่อนเขาเห็นกับตาว่าฉู่เหยียนเหยียนกับสหายของเขา ลู่จิ้งเซียว มีท่าทีคลุมเครือต่อกัน ฟองสีชมพูแทบจะล้นออกมาอยู่แล้ว!
ธรรมเนียมของแผ่นดินเป่ยเซิงเปิดกว้าง ชายหญิงที่ยังมิได้ออกเรือนร่วมโต๊ะกินอาหารกันย่อมไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ทั้งสองฝ่ายต้องมีใจให้กันต่างหาก!
“แย่แล้ว!” จินไป๋อวี้ตบหน้าผากตนเองฉาดหนึ่ง ก่อนมโนอย่างมั่นอกมั่นใจ “ต้องเป็นเพราะลู่จิ้งเซียวทึ่มทื่อ ปากแข็งเกินไป ไม่รู้จักปลอบใจคน จนทำให้ท่านหญิงโมโหหนีไปแน่!”
สายตาของเขากวาดไปยังเซียวฉางเล่อผู้สุภาพอ่อนโยนและเงียบสงบ คิ้วพลันขมวดมุ่น
ไม่สิ ไม่ใช่แล้ว...
หรือว่าบุรุษผู้นี้แท้จริงแล้วหมายตาเซียวฉางเล่อ?
เช่นนั้นมิเท่ากับทำร้ายจิตใจฉู่มู่หราน สหายคนสนิทของสหายสนิทลู่จิ้งเซียวหรอกหรือ?!
ดังคำกล่าวที่ว่า สหายของสหายก็คือสหาย
สายตาเขาเหลือบล่อกแล่กไปมา ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่เซียวเว่ยหยางซึ่งอายุยังน้อย คราวนี้ดวงตาแทบถลน
ยิ่งไม่ใช่เข้าไปใหญ่!
ดูอย่างไรก็ยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ จะเป็นไปได้อย่างไร!
เพียงสามวินาที สมองขนาดเท่าลูกวอลนัตของจินไป๋อวี้ก็หมุนติ้ว จินตนาการเรื่องรักแค้นชวนปวดหัวขึ้นมาได้ยาวเหยียด
ไม่ว่าบุรุษผู้นี้หมายตาผู้ใด เรื่องวันนี้ก็ยอมไม่ได้!
กล้าคิดแย่งคนรักของสหาย ผู้นี้ปล่อยไว้ไม่ได้!
แน่นอนว่าจินไป๋อวี้ไม่ทำเรื่องหยาบช้าอย่างเข่นฆ่ากัน แต่...
