หลินชีเย่ก้าวข้ามโทริอิเข้าไป รู้สึกเหมือนฟ้าก็หมุน แผ่นดินก็ปั่น เท้าทั้งสองก็ปักลงบนพื้นแข็งกระด้าง
ยังไม่ทันที่เขาจะมองเห็นสภาพรอบตัวดี กระแสหมัดที่พุ่งทะยานพร้อมเสียงหวีดก็ซัดเข้ามาจากท้ายทอย ห้เหวี่ยงเข้าเป้าอย่างที่สุด!
เบื้องหลังเขา ดวงตาของเว่ยตงเปล่งประกายเจตนาสังหารอย่างเย็นเยียบ!
เว่ยตงรอจังหวะนี้มานานแสนนานแล้ว
แผนการเดิมของเขาคือ ถ้าใช้จิตวิทยาเล่นเกมกันจนทำให้หลินชีเย่กับอีกคนเลิกสนใจพิกัดนั้นไปเอง แม้เขาจะต้องตายไปเองก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ถ้าทั้งสองยังยืนกรานจะมาที่นี่ เว่ยตงก็มีโอกาสเอาคืนหนึ่งครั้ง
และโอกาสนั้น ก็มีที่มาจากโทริอิทั้งหมดนี้เอง
ก่อนที่หลินชีเย่ทั้งสองจะมาถึงที่นี่ เว่ยตงสำรวจกำแพงโทริอิแห่งนี้มาก่อนแล้ว เขาพบว่าหลังโทริอิทุกบานล้วนเชื่อมต่อไปยังจุดต่าง ๆ ของศาลเจ้าร้างแห่งหนึ่ง
ในสถานการณ์ที่ดีที่สุด เว่ยตงหวังว่าจะได้เดินทะลุโทริอิคนละบานกับทั้งสอง ใช้ความสามารถส่งผ่านมิตินี้สะบัดพวกเขาออกห่าง แล้วหาอุปกรณ์ส่งสัญญาณมาก่อนเพื่อย้ายมันไปเสีย
แต่หลังสังเกตมาระยะหนึ่ง เขาพบว่าหลินชีเย่นั้นรอบคอบมาก ไม่มีทางเข้าโทริอิคนละบานกับเขาแน่ ดังนั้นเขาจึงต้องยอมลดขั้นลงมา ใช้ข้อได้เปรียบที่ตนเข้าโทริอิก่อน ลอบทำร้ายหลินชีเย่สักหน!
ในเมื่ออีกฝ่ายใช้ดาบมากัตสึไม่ได้ หยิบจังหวะเปิดชิงลงมือก่อน เว่ยตงไม่คิดว่าตัวเองจะแพ้
น่าเสียดายที่ตั้งแต่ร่างของเว่ยตงหายไปหลังโทริอิ หลินชีเย่ก็เดาสถานการณ์แบบนี้ออกแล้ว แถมยังระวังตัวไว้ก่อนแล้วด้วย