จุดแสงสีขาวเจิดจ้าดวงหนึ่งลอยขึ้นจากท้องฟ้า
ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆเหนือศีรษะ พลันถูกม่านแสงสีขาวบางเบาปกคลุมภายในเวลาเพียงสามลมหายใจ แสงนั้นเริ่มแผ่ขยายจากเส้นขอบฟ้าทางตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนครอบคลุมไปทั่วเขตมนุษย์
“หิมะตกแล้วหรือ?”
หวังหยางยื่นฝ่ามือออกไปรับเกล็ดหิมะ “เวลานี้ไม่น่าจะมีหิมะตก นครหยางไม่เคยมีหิมะตกมาก่อน”
เกล็ดหิมะละเอียดบางเบาจนแทบมองไม่เห็น แต่ละเกล็ดเปล่งแสงสีขาวเย็นจาง ๆ
หิมะละลายทันทีที่ตกลงบนฝ่ามือของหวังหยาง ทิ้งไว้เพียงรอยน้ำเย็นฉ่ำหยดหนึ่ง เขาพินิจดู ก่อนจะพบว่ามันคือปราณเย็นบริสุทธิ์สายหนึ่ง
ผลแห่งมรรคปราณเย็นปรากฏสู่โลกแล้ว!
ในเวลานี้ รอบกายฟางไป๋เปล่งแสงสีขาวระยิบระยับ ปราณเย็นจำนวนมากพัดพาพลังวิญญาณทะลักเข้าหาเขา ก่อเกิดเป็นวังวนพลังวิญญาณ
“หิมะซงซาน” อาศัยแรงหนุนจากวังวนพลังวิญญาณ ทะลวงพันธนาการทีละชั้น
ฟางไป๋นั่งขัดสมาธิอยู่กับที่ แสงสีขาวรอบกายยิ่งทวีความเจิดจ้า
ภายใต้การปรากฏของผลแห่งมรรคและคลื่นหนาวไท่อิน ฟางไป๋ได้รับประโยชน์ไม่น้อย กระทั่งยังไม่ทันได้สัมผัสความรู้สึกโล่งสบายยามทะลวงชีพจร เส้นที่สองก็เปิดออกแล้ว
ต่อมาก็เป็นเส้นที่สาม
เส้นที่สี่
พลังวิญญาณก่อเกิดเป็นวงจรหมุนเวียนสมบูรณ์ภายในร่างของเขา
ขณะที่ฟางไป๋ลืมตาขึ้น ผลแห่งมรรคปราณเย็นก็เลือนหายไป ท้องฟ้ากลับมาแจ่มใสอีกครั้ง ฟ้าครามเมฆขาว
ฟางไป๋สัมผัสได้ว่าปราณเย็นในร่างหมุนเวียนไปมาตามชีพจรทั้งสี่ที่เปิดออก ปราณเย็นสายแล้วสายเล่าซึมออกจากปลายนิ้ว นำพาความเย็นบางเบามาด้วย
เหนือห้วงไท่ซวี หวังหยางยืนไพล่มือไว้ด้านหลัง สายตาของเขาทอดผ่านกำแพงเมืองนครหยาง ผ่านผืนนาวิญญาณนอกเมือง มุ่งไปยังทิศเหนืออันไกลโพ้น ซึ่งเป็นทิศทางของช่องทางออกนอกเขต ข่าวการปรากฏของผลแห่งมรรคจะแพร่ไปอย่างรวดเร็ว พวกสิ่งนั้นจากนอกเขตคงไม่รอนานนัก
