แสงแดดส่องผ่านกระจก ตกกระทบบนใบหน้าของฟางไป๋ เขานั่งอยู่เช่นนั้นตลอดทั้งคืน
ด้านหนึ่งเขาต้องหลอกไป๋เทียนเทียนให้เชื่อว่าตนยังตื่นอยู่ อีกด้านหนึ่งวิถีบำเพ็ญแบบนี้ก็ลึกลับพิสดารและทรงอานุภาพอย่างยิ่งจริง ๆ
“แดนสุขาวดีทองคำ กินปราณมนุษย์ เข้าสู่วิถีได้ง่ายดาย”
“พลังเวทไร้ขอบเขต กลืนความคิดมนุษย์ บรรลุเป็นผู้บำเพ็ญธรรม”
“นั่งสงบนิ่งบนแท่นบัว ช่วงชิงชะตามนุษย์ มหาเคราะห์ก็มาเยือน”
“……”
เสียงสวดสันสกฤตดังก้องอยู่ในหัวของฟางไป๋ตลอดทั้งคืน ทั้งสิ่งยั่วยวน ความคิดฟุ้งซ่าน และจินตนาการเลื่อนลอยต่างผุดขึ้นมา ทว่าสุดท้ายก็ถูกแสงวิญญาณเพียงจุดเดียวทำลายจนหมดสิ้น
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน เรียนรู้แก่นแท้แห่งการบำเพ็ญแบบพุทธได้ทั้งหมดแล้ว “สายชิงหยางมอบวิถีบำเพ็ญแบบโบราณให้ ที่แท้เป็นหนทางสูบเลือดลมมนุษย์ กลืนกินอายุขัยและช่วงชิงโชคชะตา”
“บ้าจริง! วิธีบำเพ็ญแบบนี้ ต่อให้เป็นใครก็ไม่กล้าฝึกหรอก วันนี้เพิ่งเริ่มต้นพรุ่งนี้ออกจากบ้านก็ต้องเจอ ‘โชคก้อนใหญ่’ เข้าเต็ม ๆ แล้ว รู้อยู่แล้วว่าพวกสารเลวนี่ไม่มีใครมีจิตสำนึกสักคน”
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ฟางไป๋ก็เหงื่อเย็นผุดเต็มแผ่นหลัง
เวลานั้นไป๋เทียนเทียนเปิดประตูออกมา พอเห็นฟางไป๋นั่งอยู่ เธอก็จับตัวเขาไว้ทันที เมฆมงคลผืนหนึ่งปรากฏขึ้นรอบกาย ยกทั้งสองขึ้นแล้วพุ่งไปยังโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งแห่งนครหยาง
ฟางไป๋ไม่กล้าขัดขืน กลัวไป๋เทียนเทียนจะสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงได้แต่ปล่อยให้เธอลากไป
