“ลงมือสิ ฟางไป๋ ให้ฉันดูหน่อยว่าปิดด่านฝึกตนแล้วได้อะไรออกมา”
จางถูยืนไพล่หลัง ชายเสื้อพลิ้วไหวตามลม
ฟางไป๋เปิดฉากด้วยพลังเต็มกำลัง เมื่อเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐาน เขาไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย เขาอ้าปากพ่นเม็ดกระบี่ในตันเถียนออกมา สายปราณเย็นสายหนึ่งแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่บินสีครามน้ำแข็ง
แสงวูบหนึ่งพุ่งแทงจางถู หอบเอาความเย็นยะเยือกมาด้วย ใบอ่อนรอบด้านเติบโตอย่างบ้าคลั่ง ก่อนแปรเป็นม่านสีเขียวขจีขวางกระบี่บินเล่มเล็กเอาไว้ แสงเขียววาบขึ้น กระบี่บินก็แปรกลับเป็นสายปราณเย็น หายลับไปท่ามกลางใบไม้เขียว
เมื่อเห็นว่าการโจมตีไม่เป็นผล ฟางไป๋ก็แยกกระบี่บินออกมาอีกหลายเล่ม ชั่วขณะนั้นแสงกระบี่พลันสว่างวาบไม่ขาดสายทั่วสนามฝึก
สวี่ถงกับจ้าวอี้หมิงมองจนตาค้าง พวกเธอคงรับแสงกระบี่ได้แค่หนึ่งหรือสองสาย ก็หมดแรงจนลุกไม่ขึ้นแล้ว
จางถูไม่ใช่ผู้บำเพ็ญขั้นกลั่นปราณ เขามีทั้งพละกำลังและวิธีรับมือ เดินทอดน่องไปทั่วสนามฝึก พลางหลบแสงกระบี่ของฟางไป๋ไปด้วย แล้วใช้พลังเวทเด็ดใบไม้เขียวจากต้นไม้ข้างทาง ก่อนโยนไปข้างหน้าเบา ๆ
ใบไม้บังตา!
สายตาของฟางไป๋ถูกบดบังในพริบตา มองอะไรไม่เห็น! หลังผ่านไปสามลมหายใจ ประสาทสัมผัสทั้งห้าก็สูญสิ้น เหลือเพียงปากที่ยังพูดได้
เขายังไม่ยอมแพ้! ตอนนี้ญาณวิญญาณของเขาก่อตัวแล้ว แต่จางถูยังไม่รู้ ขอเพียงอาศัยความต่างด้านข้อมูลนี้ให้ดี ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสทำให้จางถูบาดเจ็บ
“หึ คิดว่าฉันไม่รู้หรือว่านายก่อเกิดญาณวิญญาณแล้ว? ปราณของขั้นกลั่นปราณชั้นเก้าเด่นชัดเกินไปเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐาน”
จางถูส่ายหน้าแล้วพูดกับฟางไป๋
เมื่อความคิดของตนถูกเปิดโปง ฟางไป๋ก็ไม่รออีกต่อไป เรียกหิมะกับลมหนาวให้โอบล้อมร่างกาย
จางถูไม่ได้ขัดขวาง เขาอยากดูว่าฟางไป๋คิดจะทำอะไร ปล่อยให้ลมพายุหิมะโหมกระหน่ำทั่วสนามฝึกตามใจ
พายุหิมะหมุนวนสายหนึ่งโถมเข้าใส่จางถู ปะปนไปด้วยแสงกระบี่นับไม่ถ้วน ทันใดนั้นเสียงลมพัดผ่านใบไม้ก็ดังซู่ซ่า พายุหิมะพลันสลายหายไปเช่นนั้น ส่วนแสงกระบี่อันคมกริบก็ถูกสกัดไว้ทั้งหมด
“ตอนนี้แหละ!”
