วิชาทั้งสองเล่มนี้น่าสนใจมาก “จันทร์สารทแตะหยาดน้ำค้าง”ให้ความสำคัญกับคำว่า ‘แตะ’ แม้จะเป็นเคล็ดกระบี่ แต่กลับเน้นใช้วิชาเอาชนะพละกำลัง
ฟางไป๋คาดว่าหลังฝึกสำเร็จ ปราณเย็นจะกลายเป็นลูกกระบี่ได้ เมื่อปราณยังคงอยู่ แสงกระบี่ก็จะไม่ขาดสาย ดุจเกลียวคลื่นในทะเลคราม ซัดทบแล้วทบเล่าไม่รู้จบ
ส่วน “สระเย็นสะท้อนวารี”โดดเด่นที่คำว่า ‘ซ่อน’ ซ่อนปราณไว้ในกาย บ่มกระบี่ไว้กับตน เมื่อออกมือก็รวดเร็วประหนึ่งแสงวาบ ว่องไวดุจสายฟ้า กระบวนท่าเดียวสยบศัตรู
เคล็ดวิชาทั้งสองเล่มมีจุดเด่นต่างกัน ฟางไป๋ตัดสินใจไม่ถูกอยู่พักหนึ่ง หลังลังเลครู่ใหญ่ ในที่สุดก็เลือก “สระเย็นสะท้อนวารี”
คำว่า ‘ซ่อน’ นั้น ฟางไป๋เข้าใจแก่นของมันดี อย่างไรเสียเขาก็รู้แล้วว่าต้องซ่อนตัวให้มิดชิด จึงจะเดินเตร่รับใช้เหล่าท่านผู้ใหญ่ได้
“เอาเล่มนี้แหละ!” ฟางไป๋ชี้ไปยัง “สระเย็นสะท้อนวารี” บนหน้าจอแสงสีฟ้า
“เจ้าหนุ่ม มีความมุ่งมั่นดีนี่” หวังเจี้ยนกั๋วให้กำลังใจฟางไป๋อยู่สองสามคำ เขาไม่เคยเห็นคนเลือกเคล็ดกระบี่สักกี่คน จากนั้นก็วาดยันต์กลางอากาศ แล้วดำเนินขั้นตอนจนเสร็จ
หวังเจี้ยนกั๋วหยิบม้วนแผ่นหยกออกมาจากกล่องเล็กเก่าแก่เปี่ยมพลังวิญญาณที่วางอยู่ข้างกาย
เขามีสีหน้าเคร่งขรึม กำชับฟางไป๋ว่า “เคล็ดวิชาของกองทัพห้ามเผยแพร่ ภายในแผ่นหยกมีข้อห้าม นายอย่าพูดออกไป และอย่าถ่ายทอดวิชา”
ฟางไป๋พยักหน้า ทรัพยากรวิญญาณของกองทัพซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้ แต่เคล็ดวิชาไม่อาจซื้อขายตามใจ นี่เป็นสิ่งที่เขตมนุษย์ยอมรับกันโดยทั่วไป อย่างไรเสีย เคล็ดวิชาลับนั้นไม่เหมือนสิ่งของอื่น เพราะสามารถคัดลอกซ้ำได้หลายครั้ง
