【จุดลงชื่อรับโชคลาภจากเทพเจ้าแห่งบุ๋นและบู๊!】
【จุดลงชื่อรับพรจากดาวเทพฮกลกซิ่ว!】
【แวะทิ้งรอยเท้าไว้ โชคดีจะอยู่กับคุณตลอดทาง!】
【หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องแต่งล้วน ๆ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงแต่อย่างใด!】
ห้องทำงาน ภายในบ้านพักหมายเลข 3 ของคณะกรรมการพรรคประจำมณฑลฮั่นตง
เกาอวี้เหลียงฟาดรายชื่อชุดหนึ่งลงบนโต๊ะ
“ดูซิ ท่านผอ.ฉีรับเลี้ยงบรรพบุรุษไว้กี่คน”
“หมู่บ้านตระกูลฉีมี 23 คน เกือบยัดเข้าไปจนเต็มสถานีตำรวจแล้ว”
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เขายังนั่งโต้รุ่งเขียนเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานในบริษัท จู่ ๆ ก็หน้ามืดและหัวใจวายตายไปเสียอย่างนั้น
พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็กลายเป็นเกาอวี้เหลียง รองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำมณฑลฮั่นตง
ซาเหรินจินเพิ่งถูกส่งมาประจำการ ติงอี้เจินกำลังจะหลบหนี และแผ่นดินฮั่นตงก็ใกล้จะเกิดแผ่นดินไหวทางการเมืองครั้งใหญ่
เจ้าของร่างเดิมเป็นหนอนหนังสือ ไม่พอใจที่ซาเหรินจินแย่งตำแหน่งไป แล้วยังวางท่าปัญญาชน ทำตัวลึกลับลึกซึ้ง
กว่าจะรู้ตัวก็ถูกลากเข้าไปพัวพันกับวังวน สุดท้ายแพ้ยับจนไม่เหลืออะไรติดตัว
ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงปืนที่สันเขากู่อิงหลิ่ง ก็คงพ่ายแพ้หมดรูปไปแล้ว
เกาอวี้เหลียงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางหัวเราะเย็นชา
ถ้าเล่นเกมระดับสูงของพวกนายไม่ไหว อย่างมากก็แค่คว่ำโต๊ะ
เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพูดเพียงประโยคเดียว
“ถงเหว่ย มาหาฉันที่บ้าน เดี๋ยวนี้”
หลังวางสาย เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหัว
【……ถูกเซ็นเซอร์แล้ว……ไม่กระทบการอ่าน……】
ในเมื่อสวรรค์ให้เขาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เขาก็จะไม่ยอมเป็นไอ้โง่ในเรื่องต้นฉบับ ที่ได้แต่ยื่นคอรอรับคมดาบอีกต่อไป
คืนนี้ ดาบแรกจะฟันฉีถงเหว่ย ศิษย์ที่ไม่ได้เรื่องคนนี้ก่อน
……
ฉีถงเหว่ยหยิบรายชื่อขึ้นมากวาดตามอง “อาจารย์ คนพวกนี้……”
“ทำไม อ่านหนังสือไม่ออกหรือไง?”
“คนที่เรียนไม่จบมัธยมต้น กลับได้เข้าไปทำงานในสำนักงานความมั่นคงเมืองเหยียนไถ”
“คนที่มีประวัติตีกัน ก็ได้เข้าไปอยู่สถานีตำรวจหลินเฉิง”
“หลานชายบ้านลุงสามของนาย เขียนชื่อตัวเองยังไม่ถูกด้วยซ้ำ แต่กลับได้เป็นตำรวจอาสาออกไปตรวจรถบนถนน”
เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผากฉีถงเหว่ย เขายกมือขึ้นปาดอย่างลวก ๆ
“อาจารย์ ตอนผมเรียนหนังสือ คนในหมู่บ้านช่วยกันออกทั้งข้าวทั้งเงินส่งเสียผม ผมจะลืมบุญคุณไม่ได้”
“นายตอบแทนบุญคุณด้วยการยัดพวกอันธพาลไร้การศึกษาเข้าไปในระบบตำรวจเนี่ยนะ?”
“ขั้นต่อไปจะยัดหมาไม่กี่ตัวในหมู่บ้านเข้ากรมตำรวจมณฑล ให้มากินเงินเดือนหลวงด้วยหรือไง?”
ฉีถงเหว่ยก้มมองปลายเท้า ไม่กล้าตอบ
เกาอวี้เหลียงกระชากรายชื่อกลับมา แล้วโยนลงตรงหน้าเขา
“ถงเหว่ย ที่ฉันเรียกนายมาดึก ๆ ไม่ใช่ให้มาฟังนายเล่าเรื่องชีวิตลำบาก”
“เรื่องเลว ๆ ที่นายทำ พอไม่มีใครตรวจสอบ ไม่ได้แปลว่าไม่มีใครเก็บหลักฐานไว้ ถ้าขุดขึ้นมาตรวจจริง ๆ กระดาษแผ่นนี้แผ่นเดียวก็พอจะกระชากหน้ากากนาย แล้วไล่นายออกได้!”
“อาจารย์ ผมกลับไปจัดการเดี๋ยวนี้ครับ”
เกาอวี้เหลียงเปิดลิ้นชัก หยิบเอกสารอีกชุดออกมา
“เกาเสี่ยวฉิน จ้าวรุ่ยหลง โรงงานต้าเฟิง”
ทุกครั้งที่เอ่ยชื่อหนึ่ง ไหล่ของฉีถงเหว่ยก็ลู่ลงอีกนิด
“ช่วงนี้นายไปคฤหาสน์ซานสุ่ยบ่อยนะ”
ฉีถงเหว่ยรีบอธิบาย “อาจารย์ บริษัทซานสุ่ยเป็นกิจการที่มณฑลจับตาอยู่ เรื่องความปลอดภัยบางอย่าง……”
“นายเป็นผู้อำนวยการกรมตำรวจ ไม่ใช่หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของบริษัทซานสุ่ย”
“ตกลงนายถือหุ้นลับในบริษัทซานสุ่ยอยู่เท่าไหร่?”
ฉีถงเหว่ยแอบเหลือบมองเกาอวี้เหลียง สุดท้ายก็ไม่กล้าปิดบัง
“จ้าวรุ่ยหลงให้หุ้นมา เกาเสี่ยวฉินเป็นคนถือแทน ผมไม่เคยรับเงินโดยตรงครับ”
“มือเปื้อนชีวิตคนหรือเปล่า?”
ฉีถงเหว่ยรีบโบกมือ หน้าแดงก่ำด้วยความร้อนใจ
“อาจารย์ เรื่องชีวิตคนไม่มีแน่นอนครับ”
“แต่งตั้งคนผิดระเบียบกับผลประโยชน์ตอบแทนกัน แค่สองเรื่องนี้ก็พอให้ถอดหมวกข้าราชการนายได้แล้ว แต่เรื่องที่อันตรายถึงชีวิตจริง ๆ คือการที่นายยังคิดจะผูกตัวเองไว้กับตระกูลจ้าว”
“จ้าวรุ่ยหลงเป็นคนแบบไหน? ไอ้โง่ที่อาศัยพ่อไปก่อเรื่องได้ทั่ว”
“ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา ตระกูลจ้าวจะปกป้องใครก่อน?”
“ฉีถงเหว่ย หรือจ้าวรุ่ยหลง?”
ฉีถงเหว่ยไม่พูด คำตอบนั้นไม่ต้องเอ่ยก็รู้
“ถงเหว่ย นายอยากก้าวหน้าไหม?”
“อาจารย์ ผมอยากก้าวหน้ามากครับ”
“ถ้าอยากก้าวหน้า ก็เปิดวิสัยทัศน์ให้กว้าง แล้วทำตามที่ฉันบอก”
เกาอวี้เหลียงชี้ไปยังรายชื่อบนพื้น
“คนจากหมู่บ้านตระกูลฉีที่เข้ามาแบบผิดระเบียบ พวกนี้ต้องเอาออกให้หมด”
ฉีถงเหว่ยกัดฟัน “อาจารย์ คนในหมู่บ้านต้องโวยวายแน่ พ่อแม่ผมยังอยู่ที่นั่น ผมกลัวว่า……”
“ไอ้โง่”
เกาอวี้เหลียงตบโต๊ะดังปัง
“ด้วยตำแหน่งของนายตอนนี้ แค่ปล่อยข่าวทิศทางนโยบายออกมานิดหน่อย ก็มีเจ้าของธุรกิจแย่งกันไปสร้างถนน สร้างโรงงาน แล้วทำการกุศลที่หมู่บ้านตระกูลฉีตั้งเยอะ!”
“แต่นายกลับเลือกวิธีที่โง่ที่สุด แถมยังทิ้งหลักฐานให้คนเอาไปเล่นงานได้อีก!”
ฉีถงเหว่ยถูกด่าจนไม่กล้าเงยหน้า หยาดเหงื่อไหลลงมาตามคาง
“อาจารย์ แต่เลขาธิการจ้าวได้เลื่อนตำแหน่งแล้วนะครับ ส่วนจ้าวรุ่ยหลงตลอดหลายปีมานี้……”
“ตอนนี้ตระกูลจ้าวยังเอาตัวเองไม่รอด ถ้านายยังดึงดันจะกระโดดลงหลุมไฟ ฉันก็ไม่ห้าม”
เกาอวี้เหลียงเดินอ้อมโต๊ะไปหยุดตรงหน้าเขา
“นายคิดว่าครั้งนี้ซาเหรินจินถูกส่งลงมาเพื่ออะไร?”
“ถ้าเบื้องบนคิดจะลงมือ จ้าวรุ่ยหลงก็เป็นเป้านิ่งชัด ๆ”
ฉีถงเหว่ยกำขากางเกงแน่น
“อาจารย์ ผมเชื่อฟังครับ ผมจะทำตามทุกอย่าง”
เกาอวี้เหลียงหยิบกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่งขึ้นมา แล้วเขียนสามตัวอักษรลงไป
ติงอี้เจิน
ฉีถงเหว่ยเห็นชื่อแล้วเปลือกตาก็กระตุก
“เขาจะเกิดเรื่องเหรอครับ?”
“อีกไม่นานก็จะมีคนจับตาเขา”
เกาอวี้เหลียงเลื่อนกระดาษไปตรงหน้าเขา
“จัดคนที่นายไว้ใจที่สุดไปจับตาเขาตลอด 24 ชั่วโมง”
“เขาเจอใคร โทรหาใคร ไปที่ไหน ฉันต้องรู้ทั้งหมด”
“ถ้านายมีบัญชีไม่สะอาดกับเขา กลับไปจัดการให้เรียบร้อยคืนนี้เลย อย่ารอให้คนอื่นเอาหลักฐานมาฟาดใส่หน้า”
ฉีถงเหว่ยตอบอย่างรวดเร็ว
“ผมไม่มีเรื่องเงินทองเกี่ยวข้องกับติงอี้เจินครับ ส่วนโรงงานต้าเฟิงกับบริษัทซานสุ่ย ผมก็แค่พูดเป็นนัยไว้สองสามคำ”
“งั้นก็ลบร่องรอยให้หมด”
“แล้วก็ห้ามแตะต้องโรงงานต้าเฟิงเด็ดขาด”
ฉีถงเหว่ยชะงักไป
“อาจารย์ ที่ดินผืนนั้นมีมูลค่าถึงหนึ่งหมื่นล้านหยวน บริษัทซานสุ่ยทุ่มเงินทุนหมุนเวียนล่วงหน้าไปแล้วห้าสิบล้าน……”
“หุบปาก”
เกาอวี้เหลียงตัดบท “คนที่อยู่เบื้องหลังโรงงานต้าเฟิงคือเฉินเหยียนสือ เฉินเหยียนสือเรียกซาเหรินจินว่า ‘เสี่ยวจิน’ นายลองคิดดูให้ดี”
ลูกกระเดือกของฉีถงเหว่ยขยับ เหงื่อเย็นผุดเต็มแผ่นหลัง
ซาเหรินจิน เฉินเหยียนสือ โรงงานต้าเฟิง
เมื่อเชื่อมทั้งสามอย่างเข้าด้วยกัน เขาถึงเข้าใจว่าจ้าวรุ่ยหลงขุดหลุมพรางซ้อนกันไว้ใหญ่โตแค่ไหน
“ถงเหว่ย วันนี้ที่ฉันด่านาย เพราะนายยังพอใช้การได้”
“ถ้านายเละเทะจนเกินเยียวยา ฉันคงไม่ปล่อยให้นายก้าวเข้าประตูนี้มา”
ฉีถงเหว่ยยืนตัวตรง ยกมือทำความเคารพ
“อาจารย์ คืนนี้ผมกลับไปจัดการทันที จะไม่ทิ้งหางไว้แน่นอนครับ”
“ไปจัดการเถอะ”
ฉีถงเหว่ยเดินไปถึงหน้าประตูแล้วหยุด
“อาจารย์ ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วจริง ๆ เหรอครับว่าจะตัดขาดกับตระกูลจ้าว?”
เกาอวี้เหลียงเงยหน้าขึ้น สบตาเขาตรง ๆ
“ตระกูลจ้าวยังไม่มีสิทธิ์ลากฉันไปตายด้วย”
ฉีถงเหว่ยกลืนน้ำลาย
“เข้าใจแล้วครับ”
ประตูห้องทำงานปิดลง
ไม่กี่นาทีต่อมา ไฟหน้ารถก็สว่างขึ้นนอกบ้านพัก
รถของฉีถงเหว่ยขับออกจากบ้านพักหมายเลข 3
เกาอวี้เหลียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรหาเสี่ยวเฮ่อ เลขานุการของเขา
“เสี่ยวเฮ่อ พรุ่งนี้เช้าเอาเอกสารการปรับเปลี่ยนบุคลากรในระบบกฎหมายและการเมืองช่วงห้าปีที่ผ่านมา มาส่งที่ห้องทำงานฉัน”
“ได้ครับ เลขาธิการเกา ผมจะจัดเตรียมให้เดี๋ยวนี้”
วางสายแล้ว
เกาอวี้เหลียงมองออกไปนอกหน้าต่าง นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ
กระดานหมากกระดานใหญ่ของฮั่นตง ถึงเวลาเปลี่ยนวิธีเล่นแล้ว
ใครกล้าเอาฉันเป็นหมาก ฉันก็จะคว่ำโต๊ะของคนนั้นก่อน
