ข่าวที่ว่าตระกูลเซี่ยของเซี่ยชิงเฟิงขายสูตรไส้ใหญ่หมูพะโล้ไปได้หนึ่งพันตำลึง แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเห็นได้ชัดที่สุดคือชาวบ้านดูไม่กระตือรือร้นกับครอบครัวของเขาเหมือนแต่ก่อน ราวกับจู่ ๆ พวกเขากับครอบครัวเซี่ยชิงเฟิงก็มีม่านบางอย่างกั้นขวาง
แต่ก่อนยามทำงานในนา ผู้คนยังพูดคุยกันบ้าง ทว่าบัดนี้ไม่ว่านางจางหรือหลินเหนียงจะชวนสนทนา ก็ถูกเมินเฉยอย่างจงใจบ้างไม่จงใจบ้าง โชคดีที่หลินเหนียงกับนางจางเป็นคนใจกว้าง เมื่อไม่มีใครพูดคุยด้วย พวกนางก็ทำงานของตนไป ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตน
มนุษย์ล้วนมีความเกียจคร้าน นับแต่ในบ้านมีเงินก้อนโตถึงหนึ่งพันตำลึง บรรดาสตรีในครอบครัวก็ไม่ออกไปหางานทำทั่วทุกแห่งเหมือนแต่ก่อน ไม่ว่าผิวพรรณหรือสภาพจิตใจ ล้วนดีกว่าเมื่อหลายปีก่อนอยู่ไม่น้อย
เงินนี่ช่างบำรุงคนได้จริง ๆ!
ทว่าเรื่องเหล่านี้มิได้กระทบเซี่ยชิงเฟิงที่กำลังก้มหน้าคร่ำเคร่งอ่านตำรา นับแต่ส่งของขวัญเทศกาลในคราวนั้น เซี่ยเจิ้งก็เข้มงวดกับเขายิ่งกว่าเดิม เซี่ยเจิ้งรู้ว่าเซี่ยชิงเฟิงเก่งกาจด้านท่องจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเวลาสอนพิเศษให้เขา จึงมักอธิบายความหมายในคัมภีร์สี่เล่มห้าคัมภีร์เป็นส่วนใหญ่
เพื่อป้องกันไม่ให้เซี่ยชิงเฟิงเกียจคร้านหย่อนยาน เซี่ยเจิ้งยังสุ่มตรวจการท่องจำตำราของเขาเป็นครั้งคราว
เรื่องหนึ่งที่ทำให้เซี่ยเจิ้งกลัดกลุ้มที่สุดในช่วงนี้ คือความสามารถในการแต่งกลอนสอบของเซี่ยชิงเฟิง ทุกครั้งที่เขาแต่งออกมา ล้วนชวนให้ผู้คนหัวเราะ ตอนเริ่มสอนเซี่ยชิงเฟิงแต่งกลอน เซี่ยเจิ้งไม่เคยนึกเลยว่าศิษย์รักจะไร้พรสวรรค์ด้านนี้ถึงเพียงนี้
