“พี่สาว หากพวกท่านร้อนใจนัก ไฉนไม่เข้าทางประตูข้างไปก่อนเล่า?” บ่าวหนุ่มเอ่ยเสียงเบา “หากพวกท่าน...ยังรู้สึกขัดใจจริง ๆ ก็รออยู่ข้างนอกจนท่านย่าหลิ่วกับคนอื่น ๆ กลับมาจากตรวจดูร้าน แล้วค่อยฟังว่าพวกนางจะว่าอย่างไร”
“หลินจิงเกิ้งอยู่ที่ใด?” เซี่ยชิงเฟิงก้าวขึ้นมาถาม
“วันนี้มิใช่วันหยุดพัก คุณชายจิงเกิ้งย่อมไปรับราชการแล้ว” บ่าวหนุ่มไม่ได้มีท่าทีดีกับเซี่ยชิงเฟิงเหมือนที่มีต่อพวกแม่นมติดตามสินเดิม น้ำเสียงของเขาเชิดหยิ่งเสียจนแทบจะเงยหน้ามองฟ้า
แม่นมติดตามสินเดิมถามย้ำอีกครั้ง “ผ่อนผันสักหน่อยไม่ได้จริง ๆ หรือ?”
เฮ้อ นี่มันเรื่องอะไรกัน! บุตรสาวแท้ ๆ ของนายท่านรองกับหลานชายเพิ่งมาเยือนเป็นครั้งแรก จะให้เข้าทางประตูข้างได้อย่างไร? นี่ไม่ใช่ดูหมิ่นกันหรอกหรือ!
เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือของฮูหยินรองแน่!
ก่อนนางจะไปหมู่บ้านต้าหยาง ฮูหยินของนางก็ได้บอกฮูหยินรองแล้วว่า หากตรวจสอบจนแน่ใจว่าเป็นคนถูกต้อง นางจะพามารดากับบุตรชายคู่นี้กลับมา นางไม่เชื่อหรอกว่าฮูหยินรองจะความจำเลอะเลือนถึงเพียงนั้น
แต่ยามนี้เป็นช่วงบ่ายแก่ แดดแผดจ้าเหลือเกิน พวกนางเดินทางมาด้วยกัน กินเพียงเสบียงแห้งบนรถม้า ยังมิได้กินมื้อกลางวันเป็นเรื่องเป็นราว จะให้รออยู่ข้างนอกก็ใช่ที่
แม่นมติดตามสินเดิมเอ่ยกับหลินเหนียงด้วยสีหน้าลำบากใจ “คุณหนู มิสู้...พวกเราเข้าทางประตูข้างไปก่อน แดดแรงเหลือเกิน ในเรือนของท่านย่าหลิ่วเตรียมน้ำแข็งไว้แล้ว เข้าไปเร็วหน่อยจะได้หลบร้อน”
แม้หลินเหนียงจะเติบโตในชนบทและไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างประตูหน้ากับประตูข้าง แต่เมื่อได้ยินบ่าวหนุ่มกล่าวหาว่าพวกนางเป็นญาติที่มาเกาะกิน นางก็รู้ว่าจวนหลินดูจะไม่ยินดีต้อนรับนางนัก
