“ข้ามีคนรู้จักอยู่แถวหอนางโลม เด็กคนนี้หน้าตาสะสวย ดูมีน้ำมีนวล คงขายได้สักสองสามตำลึงเงิน”
“เป็นอย่างไรบ้าง พี่หญิง?” หลังพูดจบ ท่านน้ารองก็หันไปมองหลี่ต้าจวน ต่อไปหลี่ต้าจวนจะกลายเป็นคนในเมืองแล้ว! ก่อนหน้านี้พวกเขาทำผิดไป หวังว่านางจะช่วยเหลือเขาบ้างในภายหน้า
“หากเข้าไปอยู่ในหอนางโลมแล้ว ข้ารับรองว่านางหนีไม่พ้นชั่วชีวิต ไม่มีทางกลับมาหาเจ้าอีก”
แววลังเลฉายวูบในดวงตาของหลี่ต้าจวน ถึงอย่างไรเอ้อหยาก็เป็นลูกที่นางอุ้มท้องสิบเดือนคลอดออกมา หอนางโลมเป็นสถานที่ที่คนปกติอยู่ไม่ได้ หอนางโลมต่างจากหอนางโลมหลวง ราคาถูกกว่ามาก
ผู้ที่มารับบริการล้วนเป็นชาวนาหยาบกร้าน พวกนั้นพอใช้ชีวิตไม่ราบรื่นก็ชอบไปหาความสำราญที่หอนางโลม ส่วนใหญ่ยังมีโรคติดตัว เป็นพวกที่คิดเพียงว่ามีความสุขได้วันหนึ่งก็ใช้วันนั้นให้คุ้ม
ไม่มีหญิงใดในหอนางโลมมีชีวิตถึงสามสิบปี ส่วนใหญ่มักตายเพราะติดโรคบุปผา
หากปล่อยให้เอ้อหยาไปอยู่หอนางโลม...
ชั่วขณะที่หลี่ต้าจวนหลับตาลงและเอ่ยว่าตกลง รูม่านตาของเอ้อหยาก็พลันเบิกกว้าง นางไม่เคยคิดเลยว่ามารดาจะใจร้ายถึงเพียงนี้
“ท่านแม่—ท่านแม่—เหตุใดถึงทำกับข้าเช่นนี้!”
“ข้าเป็นลูกของท่านนะ!” เอ้อหยากรีดร้องจนแทบขาดใจ
“เลิกพูดเหลวไหล ตามข้ามา!” ท่านลุงใหญ่หยิบเชือกที่ใช้ผูกสัตว์เลี้ยงเมื่อก่อนปีใหม่จากห้องเก็บฟืน มาคล้องตัวเอ้อหยาแล้วรัดแน่น
เอ้อหยาเคยทำงานใช้แรง นางดิ้นรนสุดกำลังจนเกือบหลุดหนีไปได้
แต่สองหมัดย่อมสู้สี่มือไม่ได้ สุดท้ายนางก็ถูกมัดไว้
