เห็นเอ้อหยาทำปากยื่น ราวกับกำลังจะหาเรื่องนางจาง นางจางก็รีบยอมแพ้ทันที “เอ้อหยา เจ้าไว้ชีวิตย่าเถิด ชื่อสองคำนี้ออกเสียงยากเหลือเกิน”
หญิงชราชาวชนบทอย่างนางไม่รู้หนังสือ ได้แต่ท่องตามที่คนอื่นอ่านให้ฟัง แต่ก็ออกเสียงไม่ถูกต้องสักครั้ง มักอ่านรวบรัดไปเสียทุกที ปกติเรียกชื่อเล่นกันก็พอแล้ว
“ก็ได้ ก็ได้” เอ้อหยาบุ้ยปาก ท้ายที่สุดก็ยอมปล่อยนางจางไป ถึงอย่างไรบางครั้งย่ายังอ่านชื่อชิงเฟิงผิดเลย
นับแต่กั๋วเอ๋อร์เริ่มเรียนหนังสือ เขาก็สอนนางกับพี่สาวให้รู้จักตัวอักษรมาโดยตลอด
นางกับพี่สาวใช้เวลาเรียนอยู่หลายปี กว่าจะจำตัวอักษรได้ครบพออ่านหนังสือด้วยตนเองได้ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คิดอยากเปลี่ยนชื่อ ชื่อต้าหยา เอ้อหยาอะไรพวกนี้ฟังไม่น่าฟังเอาเสียเลย ทั้งยังไร้ความหมาย
แต่คิดไปคิดมาก็ยังนึกชื่อดี ๆ ไม่ออก จึงเขียนจดหมายไปถามเซี่ยชิงเฟิง
เขาตอบกลับมาพร้อมชื่อสองชื่อ นางชื่อเซี่ยซือเจิน ส่วนพี่สาวชื่อเซี่ยจิ้งซู
นางชอบชื่อที่น้องชายกั๋วเอ๋อร์ตั้งให้เหลือเกิน! เซี่ยซือเจิน!
คำว่า “เจิน” มาจากวรรค “ใบไม้เขียวชอุ่ม” ในคัมภีร์กวี บทโจวหนาน ตอนไม้จี้มู่ สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และเจริญงอกงาม เมื่อรวมกันแล้วมีความหมายว่าหญิงสาวเปี่ยมด้วยสติปัญญาและพลังชีวิต
ชื่อที่กั๋วเอ๋อร์ตั้งให้พี่สาว พี่สาวก็ชอบเช่นกัน ทั้งยังเหมาะกับนิสัยของพี่สาวมาก
“จิ้งซู” มาจากวรรค “หญิงสาวผู้สงบงาม” ในคัมภีร์กวี บทเป่ยเฟิง ตอนหญิงสาวผู้สงบ หมายถึงสตรีผู้เรียบร้อยงดงาม ชื่อนี้ทั้งคลาสสิกและเปี่ยมกลิ่นอายแห่งตำรา
“ท่านย่า ท่านแม่ ช่วงนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง ทางเมืองชิงโจวหิมะตกหนัก ไม่รู้ว่าทางนั้นอากาศเป็นเช่นไร...” เอ้อหยาอ่านจดหมายที่เซี่ยชิงเฟิงเขียนให้ฟังทีละคำ
